ปธ.สภาการหนังสือพิมพ์ฯ ไม่เห็นด้วย ปอท.เรียกผู้โพสต์ข้อความ เชื่อมโยงข่าว "ปฏิวัติ"

ปธ.สภาการหนังสือพิมพ์ฯ ไม่เห็นด้วย ปอท.เรียกผู้โพสต์ข้อความ เชื่อมโยงข่าว "ปฏิวัติ"

ปธ.สภาการหนังสือพิมพ์ฯ ไม่เห็นด้วย ปอท.เรียกผู้โพสต์ข้อความ เชื่อมโยงข่าว "ปฏิวัติ"

รูปข่าว : ปธ.สภาการหนังสือพิมพ์ฯ ไม่เห็นด้วย ปอท.เรียกผู้โพสต์ข้อความ เชื่อมโยงข่าว "ปฏิวัติ"

ปธ.สภาการหนังสือพิมพ์ฯ ไม่เห็นด้วย ปอท.เรียกผู้โพสต์ข้อความ เชื่อมโยงข่าว ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ไม่เห็นด้วยกับการที่ ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ออกหมายเรียก ผู้ที่โพสข้อความบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ 4 คน เข้าสอบถาม โดยระบุว่า การโพสข้อความดังกล่าว มีลักษณะที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน

วันนี้ 8 สิงหาคมนี้ ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) จะออกหมายเรียกบุคคล ที่มีการเผยแพร่ข้อความ ในลักษณะจะมีการปฏิวัติรัฐประหาร และขอให้ประชาชนกักตุนน้ำ-อาหารให้พร้อม ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ โซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าว ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก
 
สำหรับผู้มีรายชื่อครั้งนี้ มีจำนวน 4 ราย ได้แก่ นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ บรรณาธิการข่าวการเมืองและความมั่นคง ไทยพีบีเอส, นายเดชาธร ธีรพิริยะ แกนนำ นปช. จ.ชลบุรี ที่ใช้นามแฝงว่า ปุ๊ ชลบุรีนักสู้ธุลีดิน, น.ส.วารุณี คำดวงศรี และผู้ใช้นามแฝงว่า Yo Onsine นอกจากนี้ ยังพบผู้ใช้นามแฝงว่า เดอะ เลดี้ และคณะเสนาธิการร่วม ที่ได้โพสข้อความลักษณะดังกล่าวด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิสูจน์ตัวบุคคค
 
พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ผู้บังคับการ ปอท. ระบุว่า การออกหมายเรียกดังกล่าว จะเป็นการสอบถามข้อเท็จจริง หากพบมีการกระทำผิด พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหา ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมฝากเตือนไปยังประชาชนห้ามโพส กดไลค์ หรือ ส่งต่อข้อความ ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เพราะจะถือผู้ว่าเป็นผู้กระทำผิดร่วมเช่นกัน
 
ด้านนายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ บรรณาธิการข่าว ไทยพีบีเอส เปิดเผยว่า จะเข้าไปตามหมายเรียกของตำรวจ ปอท. และจะชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การโพสต์ข้อความต่างๆ ที่ผ่านมาเป็นเพียงการวิเคราะห์สถานการณ์ ด้วยการตั้งคำถาม ซึ่งหากใครได้อ่านข้อความ ก็จะทราบได้ว่า ไม่ได้เป็นการปลุกกระแสให้ออกมาเคลื่อนไหว
 
ขณะที่นายจักรกฤษ์ เพิ่มพูล ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เห็นว่า นายเสริมสุข ควรปฏิเสธการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบในครั้งนี้ทุกกรณี และยืนยันว่า เป็นการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของสื่อ ไม่ใช่บุคคลใด
 


กลับขึ้นด้านบน