กองทัพปชช.ฯ ยังคงปักหลักที่สวนลุมพินี-ติงปชป.เล่นการเมืองมากเกินไป

กองทัพปชช.ฯ ยังคงปักหลักที่สวนลุมพินี-ติงปชป.เล่นการเมืองมากเกินไป

กองทัพปชช.ฯ ยังคงปักหลักที่สวนลุมพินี-ติงปชป.เล่นการเมืองมากเกินไป

รูปข่าว : กองทัพปชช.ฯ ยังคงปักหลักที่สวนลุมพินี-ติงปชป.เล่นการเมืองมากเกินไป

กองทัพปชช.ฯ ยังคงปักหลักที่สวนลุมพินี-ติงปชป.เล่นการเมืองมากเกินไป กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ยังคงปักหลักตั้งเวทีอยู่บริเวณสวนลุมพินี หลังแกนนำมีมติไม่เคลื่อนขบวนออกนอกพื้นที่ ชี้ สถานการณ์การเมือง ยังไม่มีน้ำหนักมากพอ ขณะที่กลุ่มมวลชนที่นำโดย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เคลื่อนขบวนไปที่รัฐสภา ก่อนจะสลายการชุมนุมหลังถูกตำรวจสกัดไม่ให้เข้าไปในพื้นที่

เมื่อวานนี้ (7ส.ค.56) กลุ่มมวลชนที่มีความเคลื่อนไหวชัดเจน เป็นกลุ่มมวลชนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ตั้งเวทีปราศัย ฝ่าความจริง ที่ลานกีฬา สี่แยกอุรุพงษ์ โดยเมื่อถึงเวลานัดหมายประมาณ 9 นาฬิกา ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมมวลชน ออกเดินจากจุดนัดหมายมุ่งหน้าอาคารรัฐสภาฯ เพื่อคัดค้านการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

 
เมื่อมาถึงแยกราชวิถี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมมวลชน มีการเผชิญหน้ากับตำรวจ ที่สกัดกั้นกลุ่มมวลชนไม่ให้เข้าไปในพื้นที่อาคารรัฐสภา ซึ่งมีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง จนต้องเจรจากันประมาณ 20 นาที ซึ่งในที่จุดตำรวจไม่ยอมให้กลุ่มมวลชนเข้าพื้นที่ แต่อนุญาตให้ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เข้าไปทำหน้าที่ได้ จนในที่สุดกลุ่มมวลชนได้สลายการชุมนุมไป
 
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนการเคลื่อนไหว ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าหารือกับแกนนำกองทัพประชาชนฯ ต่อการนำมวลชนเคลื่อนไหวซึ่งทางแกนนำท้วงติงไปว่า หากพรรคจะเข้าร่วมประชุมสภาฯ ก็ไม่ควรนำมวลชนไป เพราะเมื่อสมาชิกพรรคเข้าไปประชุมสภาฯแล้ว มวลชนที่ชุมนุมจะถูกทอดทิ้ง พร้อมประเมินว่า พรรคประชาธิปัตย์ใช้วิธีการที่ผิดพลาด เล่นการเมืองมากเกินไป จนสุดท้าย มวลชนจะมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ไร้ความจริงใจ

    

 
ขณะที่แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนฯ จะรอดูจำนวนมวลชนเข้ามาสมทบที่สวนลุมพินี ไปจนถึงวันที่ 10 สิงหาคม ที่ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ จะหมดอายุ จากนั้นจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง โดยขณะนี้ ก็ได้พยายามประสานไปยังแนวร่วมในต่างจังหวัดให้เข้าร่วมชุมนุมให้มากที่สุด
 
ด้านพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงประเมินสถานการณ์การชุมนุม โดยระบุว่า เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีการดำเนินคดีผู้ที่พยายามฝ่าฝืนแนวกั้นตำรวจ ได้แก่ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม และพวกอีก 5 คน โดยนำตัวไปสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน จ.ปทุมธานี ขณะที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นาย
 
ส่วนกรณีมีภาพตำรวจ 11 นาย ล้อมวงเล่นการพนัน ผ่านสื่อโชเชียลมีเดีย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ สั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน พบว่า เป็นตำรวจที่ถูกเรียกตัวมาช่วยดูแลพื้นที่ ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง จึงสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนและ สอบสวนลงโทษตามขั้นตอน


กลับขึ้นด้านบน