"เสริมสุข" ให้ปากคำ ปอท. กรณีโพสต์เฟสบุ๊ค เชื่อมโยงข่าวปฏิวัติ ยันมีเจตนาบริสุทธิ์

"เสริมสุข" ให้ปากคำ ปอท. กรณีโพสต์เฟสบุ๊ค เชื่อมโยงข่าวปฏิวัติ ยันมีเจตนาบริสุทธิ์

"เสริมสุข" ให้ปากคำ ปอท. กรณีโพสต์เฟสบุ๊ค เชื่อมโยงข่าวปฏิวัติ ยันมีเจตนาบริสุทธิ์

รูปข่าว : "เสริมสุข" ให้ปากคำ ปอท. กรณีโพสต์เฟสบุ๊ค เชื่อมโยงข่าวปฏิวัติ ยันมีเจตนาบริสุทธิ์

องค์การวิชาชีพสื่อ ออกจดหมายเปิดผนึก กรณี ปอท. ออกหมายเรียก บุคคลที่แสดงความเห็นผ่านสังคมออนไลน์ ว่าผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ขณะที่ บรรณาธิการข่าวความมั่นคง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส 1 ในผู้ถูกออกหมายเรียก เข้าให้ปากคำ พร้อมยืนยันเจตนาบริสุทธิ์

นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ บรรณาธิการข่าวความมั่นคง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เข้าให้ปากคำที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือ ปอท. หลังถูกออกมายเรียก เข้าให้ถ้อยคำ กรณีโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ในลักษณะวิจารณ์ ผู้เขียนข้อความ ว่าอาจจะมีการปฏิวัติรัฐประหาร และขอให้ประชาชนกักตุนน้ำและอาหารให้พร้อม ซึ่ง ปอท.มองว่า เข้าข่าย ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก และผิด พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 และความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 116 ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแก่กฎหมายแผ่นดิน เกิดความปั่นป่วน ซึ่งจะก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักร นายเสริมสุข บอกว่า พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงและยืนยันเจตนาที่บริสุทธิ์

 
สำหรับผู้ที่ถูกเรียกมาสอบปากคำมีทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย นายเสริมสุข, นายเดชาธร ธีรพิริยะ แกนนำคนเสื้อแดงจังหวัดชลบุรี ที่ใช้นามแฝงว่า ปุ๊ ชลบุรี นักสู้ธุลีดิน, นางสาววารุณี คำดวงศรี และผู้ใช้นามแฝงว่า Yo Onsine อดีตผู้ร่วมถ่ายทำรายการแดดร่มชมตลาด
 
สำหรับกรณีนี้ องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ประกอบด้วยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย,สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ,สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกันออกจดหมายเปิดผนึก ขอให้ ปอท. ใช้ดุลยพินิจ ในการใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
 
กรณีนี้อย่างเป็นธรรม โดยตีบทบัญญัตของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และไม่ควรใช้ความเชื่อหรือแรงกดดันทางการเมือง ในการใช้อำนาจเกินขอบเขต ซึ่งอาจเข้ืาข่าย ความผิดฐานละเว้นหรือปฏิบติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157
 
องค์กรวิชาชีพสื่อยังเห็นว่าการกดไลค์ หรือกดแชร์ เป็นปรากฎการณ์ปกติ และเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกันในสังคมออนไลน์ที่แสดงความคิดเห็นระหว่างกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ ปอท.บอกว่าอาจเข้าข่ายมีความผิดด้วย
 


กลับขึ้นด้านบน