วิเคราะห์บทบาท "อำพน กิตติอำพน" ว่าที่ปธ.บอร์ดแบงก์ชาติคนใหม่

วิเคราะห์บทบาท "อำพน กิตติอำพน" ว่าที่ปธ.บอร์ดแบงก์ชาติคนใหม่

วิเคราะห์บทบาท "อำพน กิตติอำพน" ว่าที่ปธ.บอร์ดแบงก์ชาติคนใหม่

รูปข่าว : วิเคราะห์บทบาท "อำพน กิตติอำพน" ว่าที่ปธ.บอร์ดแบงก์ชาติคนใหม่

วิเคราะห์บทบาท แม้การประชุมคณะรัฐมนตรี จะเลื่อนวาระพิจารณาให้นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ บอร์ดแบงก์ชาติ แทน นายวีรพงษ์ รามางกูร ซึ่งพ้นวาระ เพราะอายุครบ 70 ปีเต็ม แต่ก่อนหน้านี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมารับรองว่า นายอำพน เป็นผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้มากที่สุด ขณะที่นักการเงินบางส่วน การตั้งข้อสังเกตว่า อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแบงก์ชาติ

นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี อาจกลายเป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติ ที่อายุน้อยที่สุด แต่จากความรู้ความสามารถ ตลอดจนการปรับตัว และสนับสนุนข้อมูลวิชาการให้เข้ากับนโยบายรัฐ ทำให้นายอำพนได้รับความไว้วางใจ และทำงานใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรีทุกยุค

 
นอกจาก ตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และบอร์ดรัฐวิสาหกิจทั้ง ปตท. และการบินไทย นายอำพน เคยสร้างปรากฏการณ์ปลด "นายปิยะสวัสดิ์ อัมมระนันท์" ออกจากตำแหน่ง ดีดีการบินไทย โดยอ้างว่า นายปิยะสวัสดิ์ ได้คะแนนประเมินผลงานต่ำ
 
ขณะเดียวกัน นายอำพน ยังเป็นกรรมการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ชุดเดียวกับ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการแบงก์ชาติ คนปัจจุบัน มาเกือบ 6 ปีเต็ม นอกจากนี้ ยังถูกตั้งข้อสังเกตว่า นายอำพน อาจเป็น กนง.เสียงข้างน้อย ที่ลงคะแนน กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ไปในทิศทางเดียวกับที่รัฐบาลต้องการ ทั้งค่าเงินบาท, ดอกเบี้ยอ่อน ขณะที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยออกปากว่า คิดอยากปลดผู้ว่าการแบงก์ชาติออกจากตำแหน่งทุกวัน

    

 
โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัว จากปัจจัยภายในทั้งการเมือง, หนี้ภาคครัวเรือน, แรงปะทะระหว่างรัฐบาล กับแบงก์ชาติ ย่อมดำเนินต่อไป และอำนาจ ที่ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ ข้อหนึ่ง คือ การประเมินผลงาน ผู้ว่าการแบงก์ชาติ แต่สำคัญยิ่งกว่า คือ ในปีนี้ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ ต้องผู้ทรงคุณวุฒิ หรือ กรรมการคนนอกเข้ามาแทนที่ตำแหน่ง นายอำพน รวมถึง กรรมการที่ครบวาระในปีนี้
 
โดยเฉพาะตำแหน่งใน กนง. ซึ่งทั้งคณะมีทั้งหมด 7 คน มีสัดส่วนกรรมการ คนนอก 4 คน แต่ที่ต้องสรรหาใหม่ ภายในปลายปีนี้ จำนวน 2 คน เช่นเดียวกับ คณะกรรมการสถาบันการเงิน ทั้งหมด 11 คน มีกรรมการคนนอก ที่จะครบวาระ 5 คน กลางปีหน้า
 
การสรรหาผู้เข้ามาในตำแหน่งนี้ อาจมีผลต่อการลงคะแนน และทิศทางนโยบายการเงิน เพราะเป็นช่วงเวลาเดียวกัน ที่ผู้ว่าการแบงก์ชาติ คนปัจจุบัน เหลืออายุทำงานในตำแหน่ง อีกประมาณ 2 ปี ทำให้ นักการเงินบางส่วน ระบุว่า เป็นช่วงเวลาที่น่าจับตามากที่สุด เพราะเริ่มเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในแบงก์ชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกชี้ขาดด้วยอำนาจของประธานบอร์ดแบงก์ชาติคนใหม่


กลับขึ้นด้านบน