องค์กรวิชาชีพสื่อ ประณามคนร้าย "ยิงปืน-แขวนระเบิด" บ้านบก.โพสต์ทูเดย์

องค์กรวิชาชีพสื่อ ประณามคนร้าย "ยิงปืน-แขวนระเบิด" บ้านบก.โพสต์ทูเดย์

องค์กรวิชาชีพสื่อ ประณามคนร้าย "ยิงปืน-แขวนระเบิด" บ้านบก.โพสต์ทูเดย์

รูปข่าว : องค์กรวิชาชีพสื่อ ประณามคนร้าย "ยิงปืน-แขวนระเบิด" บ้านบก.โพสต์ทูเดย์

องค์กรวิชาชีพสื่อ ประณามคนร้าย องค์กรวิชาชีพสื่อ ออกแถลงการณ์ ประณามผู้ก่อเหตุยิงปืน-แขวนวัตถุคล้ายระเบิด หน้าบ้านบก.โพสต์ทูเดย์ พร้อมเรียกร้องรัฐออกมาตรการคุ้มครองการคุกคามสื่อ

หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้าน และผูกวัตถุคล้ายระเบิดแขวนไว้รั้วหน้าบ้านนายภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันนี้ (17ส.ค.56) องค์กรวิชาชีพสื่อ ได้แก่ สมาคมนักข่าวหนังหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของผู้ก่อเหตุ รวมถึงเสนอข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ทั้งขอให้รัฐออกมาตรการคุ้มครองการที่สื่อมวลชนถูกคุกคาม, เรียกร้องต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้เร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี และหากได้รับผลกระทบจากการทำวิชาชีพสื่อขอให้ดำเนินการตามขั้นตามของกระบวนการยุติธรรม เช่น การฟ้องร้อง มิใช่การใช้ความรุนแรง เป็นต้น

    
 
ทั้งนี้ รายละเอียดของแถลงการณ์ มีดังนี้
 
แถลงการณ์ร่วมองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน
 
เรื่อง ขอประณามกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านและผูกวัตถุคล้ายระเบิดแขวนไว้รั้วหน้าบ้านนายภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
 
จากกรณีมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนกระทำการอุกอาจใช้อาวุธปืนยิงถล่ม และผูกวัตถุลักษณะคล้ายระเบิดลูกเกลี้ยง มีโลหะห่อหุ้ม ไม่มีสารระเบิด ไว้ที่รั้วหน้าบ้านบ้านเลขที่ 38 ซอยทานสัมฤทธิ์ 32/5 9 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี บ้านของ นายภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และ กรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณเช้ามืดวันที่ 17 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา 
 
สมาคมนักข่าวหนังหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย มีความเห็นว่า เป็นการเป็นกระทำที่มุ่งข่มขู่ คุกคามโดยตรงต่อ นายภัทระ คำพิทักษ์ ในฐานะบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และเป็นผู้ร่วมจัดรายการคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม101 ซึ่งได้ทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ตามสิทธิเสรีภาพตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เพื่อนำข้อมูล ข้อเท็จจริงและความจริงเสนอต่อสาธารณะชน 
 
องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้กระทำก็ตาม เป็นการกระทำที่อุกอาจ ใช้ความรุนแรงเป็นการข่มขู่ คุกคามสิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนโดยรวมอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ดังนั้นสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอประณามการกระทำทีใช้ความรุนแรงในครั้งนี้
 
1.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการปกป้องคุ้มครองการใช้สิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน เพราะการคุกคามเสรีภาพของสื่อมวลชนเท่ากับเป็นการคุกคามเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงของประชาชน และยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานานาชาติ
 
2.ขอเรียกร้องต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างในการคุกคามสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน และเมื่อคดีมีความคืบหน้าขอให้แถลงผลความคืบหน้าในคดีให้สาธารณชนทราบ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อความปลอดภัยแก่ประชาชน
 
3.หากผู้ใดที่ได้รับผลกระทบจากการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน กรณีเห็นว่า สื่อมวลชนใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขต สามารถฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย หรือใช้กลไกควบคุมจริยธรรมขององค์กรสื่อวิชาชีพสื่อผ่านสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ หรือสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย แต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรงคุกคามการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน 
 
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงทำหน้าที่นำเสนอข่าวสารโดยยึดมั่นในกรอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง รอบด้าน ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซื่อสัตย์ในวิชาชีพ เพื่อประโยชน์และสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนอย่างมั่นคงต่อไป
 
สมาคมนักข่าวหนังหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย 
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย 
17 สิงหาคม 2556


กลับขึ้นด้านบน