บรรยากาศวันไหว้เทศกาลสารทจีนเงียบเหงา เหตุเศรษฐกิจซบเซา

บรรยากาศวันไหว้เทศกาลสารทจีนเงียบเหงา เหตุเศรษฐกิจซบเซา

บรรยากาศวันไหว้เทศกาลสารทจีนเงียบเหงา เหตุเศรษฐกิจซบเซา

รูปข่าว : บรรยากาศวันไหว้เทศกาลสารทจีนเงียบเหงา เหตุเศรษฐกิจซบเซา

บรรยากาศวันไหว้เทศกาลสารทจีนเงียบเหงา เหตุเศรษฐกิจซบเซา ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาส่งให้บรรยากาศเทศกาลสารทจีนในหลายๆจังหวัด ปีนี้ค่อนข้างเงียบเหงา โดยเฉพาะเครื่องเซ่นไหว้ที่พบว่ามีการปรับราคาสูงขึ้น

บรรยากาศวันไหว้ เนื่องในเทศกาลสารทจีน ที่ จ.นครราชสีมา ตั้งแต่ในช่วงเช้า พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ต่างทยอยนำเครื่องเซ่นไหว้มากราบไหว้ทิพย์ดวงวิญญาณท้าวสุรนารีกันอย่างคึกคัก ซึ่งปีนี้ (56) ถือว่าเงียบเหงากว่าทุกปี เนื่องจากเศรษฐกิจซบเซา เครื่องเซ่นไหว้หลายอย่าง ปรับราคาสูงขึ้น ทำให้ประชาชนหลายครอบครัวซื้อเครื่องเซ่นไหว้น้อยลง โดยจะซื้อมาเฉพาะไหว้บรรพบุรุษของตัวเองภายในครอบครัวเท่านั้น ต่างจากทุกๆปี ที่จะมีการซื้อมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองด้วย

เช่นเดียวกับ จ.เชียงใหม่ ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนบางส่วน ยังคงออกมาเลือกซื้อเครื่องเซ่นไหว้ ซึ่งแต่ละอย่างก็มีการปรับราคาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเนื้อหมูที่อยู่กิโลกรัมละ 145 - 150 บาท ไม่แตกต่างกับอาหารชนิดอื่น ๆ ที่มีการปรับราคาสูงขึ้นเช่นกัน

ส่วนที่ จ.นครสวรรค์ ทั้งราคาอาหารและเครื่องเซ่นไหว้ ก็ปรับสูงขึ้นไม่แตกต่างกัน ทำให้ประชาชนเลือกซื้อของเซ่นไหว้เท่าที่จำเป็น และลดจำนวนการซื้อ โดยราคาหัวหมูอยู่ที่ 400 - 500 บาทต่อหัว ไก่ต้มตัวละ 200 - 250 บาท เนื้อหมูราคากิโลกรัมละ 130-135 บาท สินค้าทุกรายการปรับขึ้นประมาณ 10-20 บาทต่อกิโลกรัม

ขณะที่ จ.จันทบุรี นอกจากจะกราบไหว้บรรพบุรุษและเจ้าที่ในบ้านของตนเองแล้ว ยังนิยมไปไหว้ตามตามศาลเจ้าต่าง ๆ โดยเฉพาะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง โดยต่างทยอยนำเครื่องเซ่นไหว้ที่เป็นมงคล มาทำการกราบไหว้เพื่อขอพร ทำให้บรรยากาศคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

ตรงข้ามกับ จ.ตรัง ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนเดินทางไปประกอบพิธีไหว้เทพเจ้าและดวงวิญาณของบรรพบุรุษกันอย่างบางตา โดยสังเกตจากปริมาณเครื่องเซ่นไหว้ ที่ประชาชนนำมาถวายตามศาลเจ้าต่าง ๆในปีนี้ (56) ลดน้อยลงกว่าปีที่แล้ว (55) หลายคนบอกว่า ปีนี้ (56) สินค้าหลายรายการมีราคาแพงขึ้น ทำให้ต้องเลือกซื้อเฉพาะของที่จำเป็น เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย


กลับขึ้นด้านบน