ผู้ประกอบการจังหวัดชายแดนใต้ เตรียมเจาะตลาดสินค้า"อินโดนีเซีย"

ผู้ประกอบการจังหวัดชายแดนใต้ เตรียมเจาะตลาดสินค้า"อินโดนีเซีย"

ผู้ประกอบการจังหวัดชายแดนใต้ เตรียมเจาะตลาดสินค้า"อินโดนีเซีย"

รูปข่าว : ผู้ประกอบการจังหวัดชายแดนใต้ เตรียมเจาะตลาดสินค้า"อินโดนีเซีย"

ผู้ประกอบการจังหวัดชายแดนใต้ เตรียมเจาะตลาดสินค้า ผู้ประกอบการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เตรียมเจาะตลาดสินค้าในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยมีประชากรมากถึง 240 ล้านคน และส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานเพื่อเปิดสายตรงจากอินโดนีเซีย มายัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยหวังว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบด้านการค้า ที่ซบเซาจากสถานการณ์ความรุนแรง

  
เสื้อผ้าหลากหลายลวดลายและสีสัน ที่ดึงดูดเงินในกระเป๋าของนักซื้อ ถูกนำมาวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ในกรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับสินค้าที่วางจำหน่ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง จ.สงขลา และเทศบาลนครหาดใหญ่ เร่งศึกษาเพื่อเจาะตลาดอินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน เพราะมีประชากรมากถึง 240 ล้านคน หรือครึ่งหนึ่งของตลาดอาเซียน และ ยังมีประชากรที่มีฐานะดีกว่า 10 % ซึ่งกำลังซื้อสูงมาก
  
การขนถ่ายสินค้าทางเรือที่เมืองท่าสำคัญของกรุงจาการ์ต้า เป็นส่วนหนึ่งที่คอยอำนวยความสะดวกในการขนถ่ายสินค้าจากไทยเพื่อกระจายไปสู่เกาะต่าง ๆ ของอินโดนีเซียกว่า 13,000 เกาะ แต่อุปสรรคในการทำการค้าของจังหวัดภาคใต้ตอนล่างกับอินโดนีเซีย คือการไม่มีสายการบินตรงที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภอหาดใหญ่ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของการค้า ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานเพื่อเปิดเส้นทางใหม่ที่ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมง

ข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมการค้า ณ กรุงจาการ์ตา พบว่า ปี 2550 การค้าระหว่างไทยกับอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นกว่า 30 % จากเดิม 6,100 ล้านเหรียญ เป็น 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทยก็ส่งออกได้เพิ่มขึ้นกว่า 43 % และการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ก็ทำให้หลายคนมองเห็นช่องทางการค้า และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ประกอบการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ใช้ภาษาบาฮาซาสื่อสารคล้ายคลึงกับชาวอินโดนีเซีย และอาจจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความรุนแรงตลอด 9 ปี ที่ผ่านมาด้วย

 


กลับขึ้นด้านบน