ประชุมรัฐสภาค้างการพิจารณาร่างแก้ รธน.มาตรา 3

ประชุมรัฐสภาค้างการพิจารณาร่างแก้ รธน.มาตรา 3

ประชุมรัฐสภาค้างการพิจารณาร่างแก้ รธน.มาตรา 3

รูปข่าว : ประชุมรัฐสภาค้างการพิจารณาร่างแก้ รธน.มาตรา 3

ประชุมรัฐสภาค้างการพิจารณาร่างแก้ รธน.มาตรา 3 การประชุมรัฐสภา ตลอด 2 วันเห็นชอบการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยที่มาของ ส.ว. ได้เพียงแค่2 มาตรา คือ มาตรา 1 และ 2 โดยยังคงค้างการอภิปรายมาตรา 3 ให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งสมาชิกที่ไม่เห็นด้วยต่างกังวลต่อหลักการที่อาจทำให้อนาคต ส.ว. เชื่อมโยงกับฝ่ายการเมืองมากจนเกินไป

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมาที่ประชุมรัฐสภาได้ปิดการอภิปรายสาระของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยที่มาของสมาชิกวุฒิสภามาตรา 3 หรือ การกำหนดที่มา และจำนวนของสมาชิกวุฒิสภา โดยนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา นัดหมายประชุมต่อ ในวันที่ 22 สิงหาคม เวลา 10.00 น.
 
นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายเป็นคนสุดท้าย โดยอภิปรายไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขของกรรมาธิการ และชี้ว่าคุณสมบัติของวุฒิสภาในการกลั่นกรองกฎหมาย จะต้องไม่เชื่อมโยงกับฝ่ายการเมือง
 
ทั้งนี้ภาพรวมการอภิปรายมาตรา 3 นี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุด ซึ่ง ส.ส. และ สว.ที่สงวนคำแปรญัตติ ต่างกังวลต่อร่างแก้ไขที่กำหนดจำนวน ส.ว.200 คนให้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด จึงพยายามขอปรับแก้เนื้อหา ทั้งการปรับลดจำนวน และการกำหนดให้มี ส.ว.จากการเลือกตั้งทางอ้อม จากผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาวิชาชีพต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาการยึดโยงกับพรรคการเมือง ที่อาจส่งผลต่ออิสระในการทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุล
 
ก่อนหน้านี้ที่ประชุม ลงมติเห็นชอบมาตรา 2 ว่าด้วยกรอบเวลาที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ด้วยคะแนน 349 ต่อ 157 เสียง แม้กรรมาธิการเสียงข้างน้อยจะอภิปรายชี้ถึงความพยายามเร่งรัดผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับที่มาของ ส.ว.เพื่อให้ทันกับวาระของ ส.ว.เลือกตั้ง ที่จะสิ้นสุดลงในเดือนมีนาคมปีหน้า ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนการผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก 2 ฉบับที่เหลือ
 
ทั้งนี้การประชุมตลอดทั้งวันในช่วงเช้าเกิดการประท้วง ประเด็นการคืนสิทธิ์การอภิปรายให้กับสมาชิกรัฐสภาทั้ง 57 คนที่แปรญัตติขัดต่อหลักการ และเข้าสู่เนื้อหาการอภิปรายสาระสำคัญของกฎหมายได้ในช่วงบ่าย


กลับขึ้นด้านบน