ปรากฏการณ์กระแสความนิยม "หนังในประเทศ" ทำเงินมากกว่าหนังฮอลลีวู้ด

ปรากฏการณ์กระแสความนิยม "หนังในประเทศ" ทำเงินมากกว่าหนังฮอลลีวู้ด

ปรากฏการณ์กระแสความนิยม "หนังในประเทศ" ทำเงินมากกว่าหนังฮอลลีวู้ด

รูปข่าว : ปรากฏการณ์กระแสความนิยม "หนังในประเทศ" ทำเงินมากกว่าหนังฮอลลีวู้ด

ปรากฏการณ์กระแสความนิยม ความสำเร็จของ "พี่มากพระโขนง" ทำรายได้แซงหน้าหนังฮอลลีวูด ซึ่งภาพยนตร์รายได้สูงสุดตลอดกาลในเมืองไทย ถือเป็นกระแสความนิยมต่อหนังในประเทศ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในปีนี้ เนื่องจากผู้ชมหันมาสนใจกับเรื่องราวของหนังที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่คุ้นเคยมากกว่าเนื้อหาของหนังจากต่างประเทศ

แม้การกลับมาของซูเปอร์แมนจะทำให้ Man of Steel ทำเงินนอกสหรัฐกว่า 350 ล้านดอลลาร์ แต่ผลงานเรื่องนี้ ถือเป็นความล้มเหลวอีกครั้งของฮอลลีวูดในการตีตลาดภาพยนตร์อินเดีย เมื่อหนังซูเปอร์ฮีโร่ทำเงินในอินเดียได้เพียง 120 ล้านบาท หลังแฟนหนังบอลลีวูดเทใจให้หนังเกี่ยวกับวีรบุรุษของชาติทั้ง Bhaag Milkha Bhaag ที่สร้างจากชีวิตจริงของ The Flying Sikh ยอดนัดกรีทาแห่งชมพูทวีป ซึ่งทำเงินได้กว่า 5 ล้านบาท และ Chennai Express หนังบู๊ปนตลกของซูเปอร์สตาร์ ชารุกข่าน ที่กลายเป็นหนังรายได้สูงสุดของอินเดียปีนี้จากการออกฉายไม่ถึงสัปดาห์ 
 
จำนวนผู้ชมที่ถดถอยในสหรัฐ ทำให้ฮอลลีวูด หันมาเน้นการส่งออกภาพยนตร์ยังต่างประเทศ แต่ปีนี้วงการภาพยนตร์อเมริกาต้องเจอกับคู่แข่งอย่างหนังประจำท้องถิ่นที่ต่างทำรายได้อย่างงดงาม ทั้งในรัสเซียที่ Legend No.17 หนังเกี่ยวกับวีรบุรุษนักฮอกกี้ กลายเป็นหนังหมีขาวทำเงินสูงสุดตลอดกาลด้วยรายได้ 900 ล้านบาทในช่วงซัมเมอร์นี้ 

    

 
ไม่ต่างกับตลาดภาพยนตร์ในลาตินอเมริกา เมื่อหนังตลกที่สะท้อนชีวิตเศษรฐีตกยากใน We Are the Nobles โดนใจชาวเม็กซิกัน จนทำเงินแซงหน้าหนังฮอลลีวูด กลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลแดนจังโก้ด้วยรายได้เกือบ 700 ล้านบาท ส่วนสินค้าส่งออกสำคัญอย่างแอนิเมชั่นต้องเจอกับคู่แข่งสำคัญในอาร์เจนติน่า เมื่อผู้สร้างอาร์เจนไตผลิตแอนิเมชั่นของตนเองออกมาสู้ ด้วยการ์ตูนที่เข้าถึงใจแฟนลูกหนังอย่างเรื่อง Foosball ทำให้แฟนหนังในอาร์เจนติน่าตีตั๋วเข้าชมการ์ตูนเรื่องนี้แล้วกว่า 100,000 ครั้ง 
 
ในฝั่งเอเชียซึ่งฮอลลีวูดมองว่า มีการเติบโตในอุตสาหกรรมการฉายภาพยนตร์มากที่สุด อยู่ในช่วงตื่นตัวภาพยนตร์ในประเทศ ทั้งในเกาหลีใต้ ที่หนังฟอร์มใหญ่ทั้ง World War Z, Lone Ranger หรือแม้แต่ Red 2 ที่ได้ อีบยองฮอน ดาราเกาหลีมาร่วมงาน ก็ไม่สามารถทำรายได้แซงหน้า Cold Eyes หนังแดนโสมที่ทำยอดผู้ชม 5 ล้านครั้งในหนึ่งเดือน ส่วนในญี่ปุ่นThe Wind Rises ผลงานล่าสุดของสตูดิโอจิบลิก็กำลังแข่งขันกับแอนิเมชั่นของพิกซาร์สู่ตำแหน่งหนังรายได้สูงสุดของปี หลังทำเงินไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท 
 
"จีน" ที่0สหรัฐฯ ถือเป็นตลาดภาพยนตร์ต่างประเทศอันดับหนึ่ง ปีนี้กลับพบกับความถดถอย เมื่อครึ่งปีที่ผ่านมาหนังต่างประเทศทำเงินในแดนมังกรลดลงจากปีที่แล้วถึงร้อยละ 21 ตรงข้ามกับรายได้ของหนังจีนซึ่งปีนี้ทำยอดเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 144 หรือคิดเป็นเงิน 33,000 ล้านบาท และอาจจะทำให้ปีนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่หนังจากฮอลลีวูดทำเงินในแดนมังกรน้อยกว่าหนังจีน


กลับขึ้นด้านบน