เปิดขบวนการขโมยสติ๊กเกอร์วีซ่าของไทย

เปิดขบวนการขโมยสติ๊กเกอร์วีซ่าของไทย

เปิดขบวนการขโมยสติ๊กเกอร์วีซ่าของไทย

รูปข่าว : เปิดขบวนการขโมยสติ๊กเกอร์วีซ่าของไทย

เปิดขบวนการขโมยสติ๊กเกอร์วีซ่าของไทย การติดตาม ผู้ที่ซื้อ และใช้สติ๊กเกอร์วีซ่า(แผ่นแปะตรวจลงตราวีซ่า)ของไทย ที่หายไปจากสถานเอกอัครราชทูตกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย 300 แผ่น ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า จับผู้ที่ใช้แล้ว ทั้งหมด 11 คน มีทั้งชาวไนจีเรีย, แคมารูน, อินเดียและปากีสถาน และยังมีผู้ครอบครองและไม่แสดงตัว แต่อยู่ในประเทศไทยอีกถึง 44 คน ด้านกระทรวงการต่างประเทศ สั่งสอบสวนและดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ที่ทำงานสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ 5 คนแล้ว คาดมีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทย เร่งติดตามนายหน้า ฉายา มาม่า หลังผู้ถูกจับให้ข้อมูล รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ภาพหญิงชาวไทย อายุประมาณ 40 ปี คือบุคคลที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองต้องการตัว หลังพบเกี่ยวข้องเป็นนายหน้า ดำเนินการทำหนังสือเดินทางให้ ชายชาวแคมารูน โดยใช้แผ่นปะตรวจลงตรา วีซ่า 1 ใน 300 แผ่นที่หายไปจาก สถานเอกอัคราชทูตไทย กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยผู้ต้องหาชาวแคมารูนให้ข้อมูลว่า นายหน้าที่รับดำเนินการ รู้จักกันในชื่อ "มาม่า" ซึ่งเขาเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ถึง 30,000 บาท

ขณะที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา พบชาวไนจีเรีย คือนายคิมบา เยา ที่หนังสือเดินทาง มีแผ่นตราวีซ่า ชุดที่แจ้งหายไป ซึ่งการสอบสวน นายคิมบา อ้างว่า ติดต่อนายหน้าที่กรุงเทพมหานคร ดำเนินการให้ในราคา 60,000 บาท และไปรับวีซ่าที่กัวลาลัมเปอร์ แต่มาถูกจับขณะจะเดินทางออกนอกประเทศ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มาทำอาชีพนักฟุตบอลในประเทศไทย

ชุดสืบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองให้ข้อมูลวิธีการขบวนการทำหนังสือเดินทางกลุ่มนี้ว่า หลังจากลูกค้าเข้ามาติดต่อ นายหน้าทำวีซ่า  นายหน้าจะนำหนังสือเดินทางพร้อมรูปถ่ายไปดำเนินการ ซึ่งผู้รับทำสามารถดำเนินการ ทั้งที่นำแผ่นปะตรวจลงตราวีซ่ามาดำเนินการเองทุกขั้นตอน หรือส่งให้เจ้าหน้าที่ที่สถานทูตดำเนินการให้ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เอกสารทั้งหมดน่าจะถูกดำเนินการในประเทศมาเลเซีย ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล แต่มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในสถานฑูตน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง

สำหรับแผ่นปะตรวจลงตราวีซ่าไทยที่หายไป จากสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงกัวลาลัมเปอร์ นายจักรกฤษณ์ สีวลี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าจากการตรวจสอบพบหายไปตั้งแต่เดือน ก.ย 2555 -ก.ค.2556 ขณะนี้สั่งสอบสวนเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในสถานทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ 5 คนว่าเกี่ยวข้องในกระบวนการใด

แผ่นปะตรวจลงตราวีซ่าสถานทูตไทยที่หายไปจำนวน 300 แผ่น ขณะนี้พบว่า ถูกใช้ไปแล้วถึง 259 แผ่น ซึ่งในจำนวนนี้ เดินทางเข้าออกประเทศไทย และยังอาศัยอยู่ในประเทศไทยจำนวน 44 คน โดยถูกจับกุมไปแล้วจำนวน 11 คน และตรวจพบการใช้ตรานี้อีก 156 คนไม่พบมีการเดินทางเข้าไทย

ข้อมูลของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยืนยันว่า กลุ่มนายหน้าของ ผู้หญิงที่ชื่อ มาม่า ที่อยู่ระหว่างการหลบหนี มีความแตกต่างจากกลุ่มที่ปลอมแปลงพาสปอร์ตและวีซ่ากลุ่มอื่น ที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง มีข้อมูลอยู่ซึ่งจะใช้วิธีการปลอมแปลงเอกสารทั้งหนังสือเดินทางและวีซ่า โดยมีนายหน้าที่รับทำให้แบบเร่งด่วน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 30,000 บาท จากปกติที่เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาท โดยจะได้รับทั้งพาสปอร์ตพร้อมวีซ่า ภายใน 2-3 วัน

และในเวลา 22.00 น.ติดตามสัมภาษณ์พิเศษ พลตำรวจโทภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ถึงขบวนการปลอมแปลงหนังสือเดินทาง ที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เฝ้าระวังว่าจะเชื่อมโยงกลุ่มอาชญากรรม และกระทบความมั่นคง หรือไม่ ในรายการตอบโจทย์

 


กลับขึ้นด้านบน