สภายางพาราฯ แนะรัฐ เร่งเจรจาชาวสวนทั่วประเทศ-ชี้กก.ละ 80 บาท เหมาะสม

สภายางพาราฯ แนะรัฐ เร่งเจรจาชาวสวนทั่วประเทศ-ชี้กก.ละ 80 บาท เหมาะสม

สภายางพาราฯ แนะรัฐ เร่งเจรจาชาวสวนทั่วประเทศ-ชี้กก.ละ 80 บาท เหมาะสม

รูปข่าว : สภายางพาราฯ แนะรัฐ เร่งเจรจาชาวสวนทั่วประเทศ-ชี้กก.ละ 80 บาท เหมาะสม

สภายางพาราฯ แนะรัฐ เร่งเจรจาชาวสวนทั่วประเทศ-ชี้กก.ละ 80 บาท เหมาะสม ประธานสภายางพาราแห่งประเทศไทย เสนอรัฐบาลกำหนดราคากลางยางพาราทั่วประเทศให้เป็นราคาเดียวกัน พร้อมขอให้รัฐบาลเร่งเจรจากับเกษตรกร เช่นเดียวกับ อดีตรองประธานคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ที่แนะให้รัฐส่งตัวแทนที่มีอำนาจในการตัดสินใจลงพื้นที่เจรจากับชาวสวนยาง ขณะที่มองว่าราคายางพารากิโลกรัมละ 80 บาท เป็นราคาที่สมเหตุสมผล

แม้ว่ารัฐบาลจะส่งตัวแทนเจรจากับชาวสวนยางพาราโดยพร้อมจะรับซื้อยางพาราที่กิโลกรัมละ 80 บาท แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากยังมีเกษตรกรบางส่วนไม่พอใจ อดีตรองประธานคณะกรรมการ สกย. กล่าวว่า ราคาที่ตกลงกันถือเป็นราคาที่เหมาะสม ซึ่งรัฐบาลต้องส่งผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจลงพื้นที่ไปเจราจากับผู้ชุมนุมโดยด่วน

 
นายอนันต์ เชื่อว่า เกษตรกร รู้สถานการณ์มาโดยตลอดและพยายามส่งสัญญาณให้รัฐเข้าไปแก้ไขปัญหาจนกลายเป็นประเด็นที่ทำให้เกษตรกรออกมาเรียกร้อง ทั้งนี้ รัฐบาลต้องวางการบริหารจัดการใหม่ทั้งระบบ โดยราคายางมีแนวโน้มลดลง จากปัญหาเศรษฐกิจโลก ขณะที่ประเทศจีน อินเดีย สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ปัจจุบันก็มีความต้องการยางก็ลดลง โดย 4 ประเทศ ซื้อยางรวมกันอยู่ที่ประมาณร้อยละ 60 ของยางพาราทั้งหมด
 
ขณะที่นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภายางพาราแห่งประเทศไทยเสนอแนวทางแก้ไข 2 แนวทาง โดยที่ต้องทำก่อนคือ งดการจัดเก็บเงินสงเคราะห์สวนยาง หรือ เซส เป็นเวลา 5 เดือน ขณะนี้เก็บอยู่ที่กิโลกรัมละ 90 สตางค์ ถึง 5 บาท ซึ่งประเทศคู่แข่ง เช่นอินโดนีเซีย เวียดนาม ไม่ได้เก็บเงินชดเชยดังกล่าว
 
พร้อมเสนอให้รัฐบาลประกาศราคากลางยางพาราให้เป็นราคาเดียวกัน โดยกำหนดราคายางแผ่นดิบกิโลกรัมละ 92 บาท โดยราคาดังกล่าว มาจากที่รัฐบาลเคยระบุว่าราคาต้นทุนผลิตยางพารา อยู่ที่กิโลกรัมละ 64 บาท 45 สตางค์ และรัฐจะชดเชยส่วนต่างให้ร้อยละ 30
 
ประธานสภาการยางฯ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลควรที่จะเรียกแกนนำชาวสวนยางพาราทั่วประเทศหารือเพื่อกำหนดราคากลางที่รับได้ พร้อมยืนยันว่าการชุมนุมครั้งนี้ปราศจากการสนับสนุนของกลุ่มพรรคการเมือง เนื่องจากชาวสวนยางพาราได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง 


กลับขึ้นด้านบน