ไทย-มาเลเซีย ร่วมตามจับขบวนการค้ามนุษย์โรฮิงญา

ไทย-มาเลเซีย ร่วมตามจับขบวนการค้ามนุษย์โรฮิงญา

ไทย-มาเลเซีย ร่วมตามจับขบวนการค้ามนุษย์โรฮิงญา

รูปข่าว : ไทย-มาเลเซีย ร่วมตามจับขบวนการค้ามนุษย์โรฮิงญา

ไทย-มาเลเซีย ร่วมตามจับขบวนการค้ามนุษย์โรฮิงญา ตำรวจมาเลเซียเตรียมทำงานร่วมกับตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อติดตามผู้ต้องหาที่ถูกหมายจับในข้อหาค้ามนุษย์หลังเชื่อว่าบางคนได้หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ส่วนการติดตามจับกุมตัวนายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง ตัวการสำคัญการขบวนการค้ามนุษย์ ล่าสุดยังไม่มีการติดต่อเข้ามอบตัวอย่างใด

สำนักงานตำรวจภูธรภาค 9 แถลงผลติดตามผู้ที่ถูกออกหมายจับข้อหาค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ซึ่งยังอยู่ที่จำนวน 61 หมายจับ และตำรวจได้จับกุมดำเนินคดีแล้ว 27 คน ส่วนนายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง ตัวการสำคัญค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญายังไม่ติดต่อมอบตัวอย่างใด ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี ส่วนการยึดทรัพย์สินขบวนการนี้เจ้าหน้าที่ได้ยึดทรัพย์แล้วทั้งหมด 71 ล้านบาท ซึ่งเป็นเครือข่ายค้ามนุษย์ จ.ระนอง สตูล และสงขลา และยังอยู่ระหว่างดำเนินการยึดทรัพย์อีกจำนวนมาก

ตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่าสัปดาห์หน้าทางการประเทศมาเลเซียจะส่งตำรวจร่วมทำงานกับตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อสืบสวนตามจับผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว เพราะเชื่อว่าผู้ที่ถูกออกหมายจับบางคนได้หลบหนีไปประเทศมาเลเซีย

ที่ จ.พังงา ชาวโรฮิงญา 106 คน ที่เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือออกจากเกาะสต๊อก หมู่เกาะสุรินทร์เมื่อวานนี้ (15 พ.ค.2558) ให้มาอยู่ที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.พังงา โดยคัดแยกเด็กและสตรีให้ไปอยู่บ้านพักเด็กสตรีและครอบครัวที่ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา อีกทั้งยังสอบสวนว่าชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อของการขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่ ส่วนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้นำเสื้อผ้ามามอบให้ชาวโรฮิงญา ขณะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว จ.ระนอง ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่รัฐบาลจะจัดตั้งศูนย์อพยพชาวโรฮิงญาที่ จ.ระนอง โดยนางสุดา ยอดพินิจ ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง ระบุว่าจังหวัดระนองไม่มีเกาะร้างเพื่อสร้างศูนย์อพยพ มีแต่เกาะแหล่งท่องเที่ยว หากรัฐบาลจัดตั้งศูนย์อพยพจริงจะมีผู้คัดค้านจำนวนมาก เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว


กลับขึ้นด้านบน