ประชุมรัฐสภาแก้ไขรธน.ที่มา ส.ว. วันที่ 4 ยังอยู่ที่มาตรา 3

ประชุมรัฐสภาแก้ไขรธน.ที่มา ส.ว. วันที่ 4 ยังอยู่ที่มาตรา 3

ประชุมรัฐสภาแก้ไขรธน.ที่มา ส.ว. วันที่ 4 ยังอยู่ที่มาตรา 3

รูปข่าว : ประชุมรัฐสภาแก้ไขรธน.ที่มา ส.ว. วันที่ 4 ยังอยู่ที่มาตรา 3

ประชุมรัฐสภาแก้ไขรธน.ที่มา ส.ว. วันที่ 4 ยังอยู่ที่มาตรา 3 การประชุมรัฐสภา ในวันที่ 4 ยังคงอภิปรายมาตรา 3 ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของ ส.ว. แม้ในช่วงค่ำจะมีความพยายามเสนอให้ปิดการอภิปราย กระทั่งเกิดการทักท้วงของสมาชิกรัฐสภา ว่าอาจขัดต่อหลักกฎหมาย เนื่องจากยังมีผู้แปรญัตติค้างอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องสั่งพักการประชุม และเมื่อเปิดประชุมสามารถดำเนินการอภิปรายต่อได้ในมาตรา 3

ระหว่างการอภิปรายการแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงค่ำวานนี้ (27 ส.ค.) เกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเหตุการเสนอนับองค์ประชุมของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แต่ผลการนับองค์ประชุม ได้จำนวน 375 คน ถือว่าครบ และนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานการประชุมสั่งดำเนินการต่อ

แต่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เสนอปิดการอภิปรายในมาตรา 3 เพราะมีการอภิปรายต่อเนื่องมา 3 วัน และมีเนื้อหาซ้ำประเด็น ทำให้ ส.ส.และ ส.ว.บางส่วน ทักท้วงและขอให้ทบทวน กระทั่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ระบุว่า การปิดอภิปรายดังกล่าวอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะยังคงมีผู้แปรญัตติค้างอยู่เป็นจำนวนมาก

ทำให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ขึ้นมาทำหน้าที่คลี่คลายสถานการณ์ด้วยการให้พักการประชุม 10 นาที ให้ทุกฝ่ายหารือ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จากนั้น นายนิคม จึงสั่งพักการประชุม 10 นาที

และเมื่อเปิดการประชุมก็สามารถให้สมาชิกทีขอสงวนคำแปรญัตติได้ดำเนินการอภิปรายในมาตรา 3 ต่อ โดยสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติ ต่างย้ำต่อหลักการขัดกันของกฎหมาย ที่ให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด อาจถูกการเมืองครอบงำ จากนั้นการอภิปรายดำเนินไปได้จนถึงเวลา 22.00 น. นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายเป็นคนสุดท้าย แต่เกิดการประท้วงบ่อยครั้ง ทำให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานได้สั่งปิดการประชุม และดำเนินต่อในวันนี้ (28 ส.ค.) 


กลับขึ้นด้านบน