นางแบบผิวสีในวงการแฟชั่น

นางแบบผิวสีในวงการแฟชั่น

นางแบบผิวสีในวงการแฟชั่น

รูปข่าว : นางแบบผิวสีในวงการแฟชั่น

นางแบบผิวสีในวงการแฟชั่น เดือนกันยายน สิ่งที่คนเสพแฟชั่นตั้งตารอคอยมากที่สุดคงหนีไม่พ้นงานแฟชั่นวีคที่จะจัดขึ้นใน 4 เมืองแฟชั่นชั้นนำของโลก แต่นอกจากปีนี้เราจะได้เห็นกำลังนางแบบชาวไทยไปร่วมเดินแบบในกรุงนิวยอร์คแล้ว อีกสิ่งที่หลายคนจับตา คือจำนวนของนางแบบผิวสี ที่มีแนวโน้มว่าได้รับความนิยมน้อยลง

เรียกความสนใจได้ไม่เเพ้เสื้อผ้า เมื่อครั้งนี้มีนางแบบผิวสีเดินเฉิดฉายบนเวทีมากถึง 6 คน เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโชว์ของห้องเสื้อ Dior ที่มักเลือกใช้นางแบบผิวขาวมากเป็นพิเศษ จนถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความหลากหลายของนางแบบ หรือโฆษณาโปรโมตคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วงของ Prada ที่ใช้นางแบบผิวสี Malaika Firth นางแบบสัญชาติเคนย่า-อังกฤษ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ห้องเสื้อจากอิตาลีเลือกใช้นางแบบผิวสีในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ

ตัวอย่างความพยายามของห้องเสื้อระดับสูง ที่สะท้อนการเปิดรับค่านิยมความงามนอกเหนือจากนางแบบผิวขาว หากมีผลสำรวจจาก Jezebel.com เว็บไซต์ติดตามความหลากหลายของนางแบบ พบว่าในนิวยอร์กแฟชั่นวีคที่ผ่านมา มีนางแบบผิวสีเดินแบบทั้งหมด 271 ครั้งจากทั้งหมด 4,479 ครั้ง คิดเป็น 6% น้อยกว่านางแบบจากเอเชียที่ 9.1% และนางแบบผิวขาวซึ่งมากที่สุดที่ 82.7% และพบว่ามีถึง 13 ห้องเสื้อที่ไม่มีการว่าจ้างนางแบบผิวสีเลยแม้แต่คนเดียว

แม้ว่าปีหลังๆมานี้จะเป็นยุคทองของนางแบบเอเชีย แต่สำหรับนางแบบผิวสีอาจจะตรงกันข้าม ทั้งๆที่ยุค 90 เคยเป็นยุครุ่งเรืองของนางแบบผิวสีมาก่อน มีสถิติพบว่าแบรนด์บางแบรนด์ไม่เคยใช้นางแบบผิวสีในโฆษณาของตัวเอง เนื่องจากข้อจำกัดความงามทางสรีระและสีผิวของนางแบบกลุ่มนี้

"ฉันเพิ่งถูกปฏิเสธงานเพราะหน้าอกที่ใหญ่เกินไป แต่นี่เป็นเรื่องเล็กมากเพราะหลายครั้งฉันโดนตั้งแง่ว่าเป็นนางแบบผิวสี" คำสัมภาษณ์ติดตลกของ Jourdan Dunn หลังถูกถอดจากโชว์ของห้องเสื้อหนึ่งจากแดนน้ำหอม หากพบว่าบรรดานางแบบในโชว์ต้องสวมชุดซีทรูเปิดเผยขนาดหน้าอกที่ใหญ่กว่าคัพ 32A ของเธอ

หรือนางแบบผิวสี Chanel Iman ที่เคยถูกปฏิเสธงานเพราะผู้ว่าจ้างหานางแบบผิวสีได้แล้วหนึ่งคน สอดคล้องกับคำสัมภาษณ์ของ เจมส์ สคัลลี่ ผู้คัดเลือกนางแบบให้หลายห้องเสื้อชื่อดังจากยุโรป ว่าบางห้องเสื้อจ้างนางแบบผิวสีเพียงป้องกันการถูกวิพากษ์วิจารณ์

นอกจากสีผิวเข้มที่มีมาแต่กำเนิด รูปร่างเเข็งแรงอย่างนักกีฬา และเอกลักษณ์โครงหน้าที่ขึงขัง ดูมีพลัง ทำให้ดีไซเนอร์บางคนตัดสินใจไม่ว่าจ้างนางแบบผิวสี เพราะเกรงว่าอาจไปกลบความโดดเด่นของเสื้อผ้า หากบางครั้งนางแบบผิวสีกลับเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เช่น เสื้อผ้าช่วงซัมเมอร์ที่เน้นสีสันจัดจ้าน

เพื่อสร้างความเท่าเทียมระหว่างนางแบบผิวขาวและนางแบบเชื้อชาติอื่นๆ ทำให้ในยุค 60 มีข้อกำหนดว่าหากห้องเสื้อใดไม่ใช้นางแบบผิวสีในโชว์จะถูกคว่ำบาตร แม้ทุกวันนี้จำนวนนางแบบเอเชีย ละตินอเมริกา และแอฟริกา จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น และมีหลายคนที่ก้าวมาประสบความสำเร็จ หากการสร้างการยอมรับที่แท้จริงและเท่าเทียมในวงการนางแบบยังเป็นเรื่องจำเป็น ท่ามกลางค่านิยมความขาวที่ยังเป็นคัมภีร์ของคนวงการแฟชั่นปัจจุบัน
 


กลับขึ้นด้านบน