ป่าต้นน้ำ อ.สะเดา จ.สงขลาถูกบุกรุกอย่างหนัก เสียหายแล้วกว่า 15,000 ไร่

ป่าต้นน้ำ อ.สะเดา จ.สงขลาถูกบุกรุกอย่างหนัก เสียหายแล้วกว่า 15,000 ไร่

ป่าต้นน้ำ อ.สะเดา จ.สงขลาถูกบุกรุกอย่างหนัก เสียหายแล้วกว่า 15,000 ไร่

รูปข่าว : ป่าต้นน้ำ อ.สะเดา จ.สงขลาถูกบุกรุกอย่างหนัก เสียหายแล้วกว่า 15,000 ไร่

ป่าต้นน้ำ อ.สะเดา จ.สงขลาถูกบุกรุกอย่างหนัก เสียหายแล้วกว่า 15,000 ไร่ ป่าต้นน้ำซึ่งมีความสมบูรณ์มากที่สุด อ.สะเดา จ.สงขลา ถูกชาวบ้าน และนายทุนบุกรุกทำลายได้รับความเสียหายกว่า 250 ไร่ ขณะที่พื้นที่ป่าโดยรอบถูกบุกรุกได้รับความเสียหายแล้วกว่า 15,000 ไร่

เครือข่ายประชาคมรักษ์ป่าต้นน้ำผาดำ พร้อมด้วยกำลังทหารและฝ่ายปกครองอ.สะเดา จ.สงขลากว่า 30 นาย เข้าปิดล้อมผืนป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาแก้ว ในพื้นที่หมู่ 6 บ้านทุ่งสะบายใจ ต.ทุ่งหมอ เพื่อจับกุมกลุ่มผู้บุกรุกป่า แต่กลุ่มผู้บุกรุกไหวตัวทันหลบหนีไปได้ พบเพียงผืนป่าที่ถูกบุกรุกเป็นบริเวณกว้าง ต้นไม้ขนาดใหญ่หลากหลายขนาดถูกตัดโค่น และบางส่วนยังรอการตัดโค่นอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้พื้นที่ป่าได้รับความเสียหายกว่า 250 ไร่ ซึ่งจุดดังกล่าวอยู่ใจกลางผืนป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาแก้ว เป็นป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์ที่สุด จุดสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ประมาณ 2,000 ไร่ หลังจากพื้นที่โดยรอบถูกบุกรุกปลูกยางพารามาอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10 ปี ทำให้พื้นที่ป่าถูกทำลายไปแล้วราว 15,000 ไร่

 
นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอสะเดา บอกว่า ที่ผ่านมาผู้นำท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ไม่เคยรายงานการบุกรุกผืนป่าแห่งนี้ให้ทราบเลย ซึ่งจะได้เรียกตัวให้รายงานข้อเท็จจริงให้ทราบ พร้อมขอความร่วมมือ ทั้งผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและ ร่วมกันปลุกจิตสำนึกในการรักษาผืนป่าอีกด้วย ก่อนที่จะไม่มีผืนป่าให้ช่วยกันดูแลและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในอนาคต นอกจากนี้ยังพบหลักหมุด สปก.ฝังอยู่ในป่าสวนยาง เชื่อว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบต่อไปว่าถูกต้องหรือไม่


กลับขึ้นด้านบน