ผลกระทบขึ้นราคาแก๊สแอลพีจี กับโรงงานเซรามิก ในจ.ลำปาง

ผลกระทบขึ้นราคาแก๊สแอลพีจี กับโรงงานเซรามิก ในจ.ลำปาง

ผลกระทบขึ้นราคาแก๊สแอลพีจี กับโรงงานเซรามิก ในจ.ลำปาง

รูปข่าว : ผลกระทบขึ้นราคาแก๊สแอลพีจี กับโรงงานเซรามิก ในจ.ลำปาง

ผลกระทบขึ้นราคาแก๊สแอลพีจี กับโรงงานเซรามิก ในจ.ลำปาง ค่าแรงที่ปรับเป็นวันละ 300 บาทก่อนหน้านี้ ทำให้โรงงานเซรามิกกว่า 20 แห่งในจ.ลำปาง ต้องปิดกิจการลง และการเตรียมปรับขึ้นราคาแก๊สแอลพีจี อีกกิโลกรัมละ 50 สตางค์ ในวันที่ 1 ก.ย.2556 ทำให้ผู้ประกอบการเซรามิกในจังหวัดแห่งนี้ เป็นห่วงว่า อาจทำให้ต้องปิดกิจการเพิ่มแน่นอน

แม้ผู้ประกอบการโรงงานเซรามิกหลายแห่งในจ.ลำปาง จะหันมาใช้แก๊สแอลพีจีภาคครัวเรือนแทนแก๊สในภาคอุตสาหกรรม ที่มีราคาแพงกว่ากิโลกรัมละกว่า 10 บาท แต่ยังมีต้นทุนสูง หากวันที่ 1 ก.ย.2556 แก๊สแอลพีจีภาคครัวเรือนปรับขึ้นอีกกิโลกรัมละ 50 สตางค์ ตามมติของคณะรัฐมนตรี จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนทันที จึงต้องการให้รัฐเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง

นายธนโชติ วนาวัฒน์ นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผา จังหวัดลำปาง เปิดเผยว่าการปรับราคาแก๊สแอลพีจีต่อเนื่อง ในช่วงที่ผ่านมาทำให้ผู้ประกอบการเซรามิก ในจ.ลำปางต้องแบกรับต้นทุนที่สูง เมื่อรวมกับนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาทอีก ทำให้ขณะนี้มีโรงงานปิดตัวลงแล้วกว่า 20 แห่ง และคาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ อาจมีโรงงานต้องปิดกิจการเพิ่มอย่างแน่นอน

จ.ลำปาง เป็นแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์เซรามิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยในแต่ละปีสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท แม้จะจัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องใช้แก๊สในภาคอุตสาหกรรม แต่ด้วยราคาที่สูงคือขณะนี้กิโลกรัมละ 30.13 บาท ทำให้โรงงานบางแห่งต้องนำแก๊สในภาคครัวเรือนที่มีราคาต่ำกว่าคือกิโลกรัมละ 18.13 บาท มาปรับใช้แทน ซึ่งจากการประเมินของสมาคมเครื่องปั้นดินเผา จ.ลำปาง พบว่าที่ผ่านมามีต้นทุนรวม ทั้งค่าแรงงานอยู่ที่ร้อยละ 30-40 แต่หากมีการปรับขึ้นราคาแก๊สอีกจะทำให้ต้นทุนเพิ่มเป็นร้อยละ 60 เมื่อรวมกับกำลังซื้อของต่างประเทศที่ลดลงต่อเนื่อง จึงทำให้โรงงานเซรามิกบางแห่งในพื้นที่อาจจะต้องปิดตัวลงในระยะเวลาอันใกล้นี้
 


กลับขึ้นด้านบน