คณะตรวจสอบอาวุธเคมีออกจากซีเรียแล้ว

คณะตรวจสอบอาวุธเคมีออกจากซีเรียแล้ว

คณะตรวจสอบอาวุธเคมีออกจากซีเรียแล้ว

รูปข่าว : คณะตรวจสอบอาวุธเคมีออกจากซีเรียแล้ว

คณะตรวจสอบอาวุธเคมีออกจากซีเรียแล้ว สหรัฐฯยังไม่ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะโจมตีซีเรียหรือไม่ แต่มีการคาดการณ์กันว่าอาจมีปฏิบัติการทางทหารกับซีเรียในขอบเขตจำกัด หลังจากทราบรายงานของคณะผู้ตรวจสอบอาวุธเคมีของยูเอ็น ซึ่งได้เดินทางออกจากซีเรียแล้ว และคาดว่าจะทราบผลการตรวจสอบภายใน 2 สัปดาห์

คณะผู้ตรวจสอบอาวุธเคมีของสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเดินทางถึงสนามบินนานาชาติกรุงเบรุตในเลบานอนแล้ว หลังออกจากซีเรียในช่วงเช้าวันนี้ และเตรียมเดินทางต่อไปยังกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อนำตัวอย่าง และข้อมูลที่รวบรวมได้จากซีเรียไปตรวจสอบ ซึ่งมีทั้งเลือด และเนื้อเยื่อของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอาวุธเคมี โดยจะส่งตัวอย่างเหล่านี้ไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ในสวีเดน หรือฟินแลนด์ จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานเสนอแก่นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งคาดว่าอาจใช้เวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์

ขณะที่นายบัน คี มุน เรียกร้องให้นานาชาติ รอผลการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญของยูเอ็น ก่อนจะปฏิบัติการใดใด ส่วนประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ของสหรัฐฯ เรียกประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง แต่ยังไม่ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะบุกซีเรียหรือไม่ ทั้งนี้ สหรัฐฯ อาจตัดสินใจปฏิบัติการทางทหารในขอบเขตที่จำกัด หลังจากทราบผลรายงานของคณะผู้สอบสวนอาวุธเคมีของยูเอ็น

ขณะที่นายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ, อียิปต์, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์ และประเทศกลุ่มอาหรับหลายประเทศ หลังจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯรายงานข้อมูลที่น่าเชื่อถือว่ารัฐบาลซีเรียโจมตีฝ่ายต่อต้านด้วยอาวุธเคมีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยจรวดบรรจุเคมีถูกยิงจากเขตยึดครองของกองทัพรัฐบาลเข้าไปในเขตของฝ่ายต่อต้าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 1,429 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 426 คน

ผู้เชี่ยวชาญของสหรัฐฯวิเคราะห์ว่า สหรัฐฯอาจยิงขีปนาวุธจากเรือพิฆาตสหรัฐฯจำนวน 5 ลำ ที่ประจำการอยู่ในทะเลเมดิเตอเรเนียน โดยเจาะจงเป้าหมายโจมตีกองทัพซีเรีย แต่จะระวังไม่ให้ขีปนาวุธยิงไปถูกคลังอาวุธเคมี มีรายงานว่าเรือรบลำที่ 6 ของสหรัฐฯได้เข้าไปปฏิบัติการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแล้ว แต่จะไม่ส่งนาวิกโยธินขึ้นไปเพื่อปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อโจมตีซีเรีย

ขณะที่ฐานทัพอากาศของสหรัฐฯในตุรกี มีความเคลื่อนไหว โดยทหารสหรัฐฯ บังคับเครื่องบินไร้คนขับเหนือฐานทัพอากาศ แต่ไม่ชัดเจนว่าเป็นการฝึกซ้อมตามปกติ หรือเตรียมพร้อมโจมตีซีเรีย ส่วนตุรกีเตรียมความพร้อมด้วยการติดตั้งระบบสกัดกั้นขีปนาวุธบริเวณชายแดนซีเรีย เพราะตุรกี, จอร์แดน และอิสราเอล ตกเป็นเป้าหมายที่ซีเรียอาจยิงขีปนาวุธเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ หากสหรัฐฯเปิดฉากโจมตีซีเรีย

สำหรับสถานการณ์ในซีเรีย ยังคงมีกองกำลังฝ่ายรัฐบาลซีเรียกวาดล้างฝ่ายต่อต้านในเมืองชาบูน และโจบาร์ ทางตอนเหนือของกรุงดามัสกัส โทรทัศน์ทางการของซีเรียระบุว่าเป็นปฏิบัติการจับกุมกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงซีเรียคาดว่าอาจมีการโจมตีซีเรียได้ทุกเมื่อ และกองทัพซีเรียก็พร้อมโต้ตอบเช่นกัน

ส่วนปฏิกิริยาจากรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรของซีเรียนั้น โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่า การใช้ปฏิบัติการทางทหารโดยไม่ผ่านความเห็นชอบของยูเอ็น อาจเป็นการละเมิดกฎหมายต่างประเทศ และการที่สหรัฐฯขู่จะโจมตีซีเรียโดยฝ่ายเดียวก็เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้


กลับขึ้นด้านบน