ศาลเดินเผชิญสืบคดีกองถ่ายหนังสร้างความเสียหายอ่าวมาหยา จ.กระบี่

ศาลเดินเผชิญสืบคดีกองถ่ายหนังสร้างความเสียหายอ่าวมาหยา จ.กระบี่

ศาลเดินเผชิญสืบคดีกองถ่ายหนังสร้างความเสียหายอ่าวมาหยา จ.กระบี่

รูปข่าว : ศาลเดินเผชิญสืบคดีกองถ่ายหนังสร้างความเสียหายอ่าวมาหยา จ.กระบี่

ศาลเดินเผชิญสืบคดีกองถ่ายหนังสร้างความเสียหายอ่าวมาหยา จ.กระบี่ คงไม่บ่อยครั้งนัก ที่ศาลจะมีการเดินเผชิญสืบ หรือการลงพื้นที่ค้นหาหลักฐานด้วยตัวเอง คดีนี้จึงกลายเป็นคดีตัวอย่างหลังหน่วยงานท้องถิ่น พยายามต่อสู้มานานกว่า 10 ปี จนได้รับสิทธิ์ เป็นโจทย์ยื่นฟ้องอดีตรัฐมนตรีว่าการรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับอดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ผู้ให้อนุญาต รวมถึงบริษัทสร้างภาพยนตร์เรื่องเดอะบีช จากการปรับพื้นที่ ทำลายความสวยงามทางธธรรมชาติบนอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ เมื่อ 14 ปีก่อน


                   
ภาพถ่ายสภาพความเสียหายสันทราย บริเวณอ่าวมาหยา อ.เมือง จ.กระบี่ ที่เกิดขึ้นจากการนำเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ เข้าปรับพื้นที่ปลูกต้นมะพร้าว เพื่อสร้างเป็นฉากภาพยนตร์เรื่องเดอะบีช เมื่อปี 2542  ถือเป็นหลักฐานสำคัญ ที่ทีมทนายฝ่ายโจทย์ นำมาให้คณะผู้พิพากษา,อัยการ ประกอบการพิจารณา เปรียบเทียบกับสภาพสันทรายในปัจจุบัน ขณะเดินเผชิญสืบ หรือ การลงพื้นที่ค้นหาหลักฐานด้วยตัวเอง ยังพบความเสียหายอย่างเห็นได้ชัด

หลังศาล เพิ่งรับคำฟ้องให้สิทธิ์เฉพาะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ และนายกองค์การบริหารตำบลอ่าวนาง เป็นโจทย์ยื่นฟ้องผู้ให้อนุญาต คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับอธิบดีกรมป่าไม้ ในสมัยนั้น รวมถึงบริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ เป็นเงิน 100 ล้านบาท เพื่อนำกลับมาฟื้นฟูอ่าวมาหยา ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ ศาลเห็นว่า ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง
  
อ่าวมาหยา จ.กระบี่ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ชื่อว่า มีธรรมชาติที่สวยงาม เพราะถูกโอบอ้อมด้วยหุบเขาเป็นแนวกันลม ทำให้เกิดการทับถมของซากปะการังสลายตามธรรมชาติ จนเป็นผง และเป็นเม็ดทรายละเอียดใส

แต่ภายหลังมีการสร้างภาพยนตร์เรื่องเดอะบีช ด้วยการใช้แพขนานยนต์เข้าเทียบ เพื่อขนย้ายเครื่องจักรกล เมื่อ 14 ปีก่อน นอกจากสันทรายจะเกิดรอยเว้า ยังมีการทำลายพืชประจำถิ่น กลายเป็นการทำลายความสวยงามชายหาด โดยไม่สามารถฟื้นฟูได้เหมือนเดิม

คดีอ่าวมาหยา ถือเป็นคดีสำคัญในการพิพากษาสิทธิชุมชุน จากกรณีชาวบ้าน 17 คน ถูกตัดสิทธิ์การฟ้องร้อง และให้สิทธิ์เฉพาะนักกการเมืองท้องถิ่น หลังพยายามยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้น ศาลอุธรณ์ และศาลฎีกา มานานกว่า 10 ปี ส่วนการลงพื้นที่เดินเผชิญสืบของผู้พิพากษากับอัยการ ที่ไม่อนุญาตให้ทีมข่าวบรรทึก แม้เป็นการเดินเผชิญสืบ แต่มีความสำคัญไม่ต่างกับห้องพิจารณาคดี ภายในศาล 


กลับขึ้นด้านบน