ชาวแม่สอด จ.ตาก ร้องภาครัฐไม่อุทธรณ์ คดีฟ้องอนุญาตทำเหมืองแร่สังกะสี

ชาวแม่สอด จ.ตาก ร้องภาครัฐไม่อุทธรณ์ คดีฟ้องอนุญาตทำเหมืองแร่สังกะสี

ชาวแม่สอด จ.ตาก ร้องภาครัฐไม่อุทธรณ์ คดีฟ้องอนุญาตทำเหมืองแร่สังกะสี

รูปข่าว : ชาวแม่สอด จ.ตาก ร้องภาครัฐไม่อุทธรณ์ คดีฟ้องอนุญาตทำเหมืองแร่สังกะสี

ชาวแม่สอด จ.ตาก ร้องภาครัฐไม่อุทธรณ์ คดีฟ้องอนุญาตทำเหมืองแร่สังกะสี ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสารแคดเมียม ชุมนุมหน้าที่ว่าการอำเภอแม่สอด จ.ตาก พร้อมยื่นหนังสือเรียกร้องนายกรัฐมนตรี ขอไม่ให้ภาครัฐอุทธรณ์คดีศาลปกครองจังหวัดพิษณุโลก ที่พิพากษาให้ชาวบ้านชนะคดี และกำหนดลุ่มน้ำแม่ตาวเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม

ชาวบ้าน ต.พระธาตุผาแดง, ต.แม่กุ และต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก ยื่นหนังสือผ่านอ.แม่สอด เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานรัฐ ไม่อุทธรณ์คดีที่ศาลปกครองพิษณุโลก พิพากษาให้ชาวบ้านชนะคดีฟ้องหน่วยงานรัฐ และมีคำสั่งให้ออกกฎกระทรวง กำหนดลุ่มน้ำแม่ตาว เป็นเขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อม

 
นายไพรัตน์ ยาเถิน ประธานกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบสารแคดเมียม บอกว่า หากรัฐอุทธรณ์ จะส่งผลให้การพัฒนาและช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ยืดเยื้อ ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมากพอแล้ว ด้านนายประทีป โพธิ์เที้ยม ปลัดอาวุโสอำเภอแม่สอด รับปากจะส่งเรื่องไปยังรัฐบาล ชาวบ้านจึงยอมสลายการชุมนุม
 
คดีนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ร่วมกับสภาทนายความ และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 6 หน่วยงาน เมื่อปี 2552 ฐานละเลย และอนุญาตให้ทำเหมืองแร่สังกะสี จนทำให้สารแคดเมี่ยมแพร่กระจาย ใน 3 ตำบลของอำเภอแม่สอด มีผู้เดือดร้อนกว่า 1,000 คน
 
ซึ่งศาลปกครองพิษณุโลก มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ระบุว่า หน่วยงานรัฐปล่อยปะละเลยต่อหน้าที่ จนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน พร้อมให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกกฎกระทรวงกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม


กลับขึ้นด้านบน