หน่วยบริการคัดกรอง-เฝ้าระวังผู้ป่วยโรคมะเร็งในชุมชน

หน่วยบริการคัดกรอง-เฝ้าระวังผู้ป่วยโรคมะเร็งในชุมชน

หน่วยบริการคัดกรอง-เฝ้าระวังผู้ป่วยโรคมะเร็งในชุมชน

รูปข่าว : หน่วยบริการคัดกรอง-เฝ้าระวังผู้ป่วยโรคมะเร็งในชุมชน

หน่วยบริการคัดกรอง-เฝ้าระวังผู้ป่วยโรคมะเร็งในชุมชน สถานการณ์โรคมะเร็งตับเเละมะเร็งท่อน้ำดี ในภาคอีสาน ที่เเต่ละปีพบผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้จำนวนมาก โรงพยาบาลหลายเเห่งจึงพยายามหามาตรการในการยับยั้งโรคดังกล่าว ด้วยการจัดหน่วยเเพทย์เคลื่อนที่ ไปให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งในชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถรู้เท่าทัน เเละสามารถรักษาได้ตั้งเเต่ระยะเริ่มต้น

จากการวิเคราะห์สถานการณ์โรคมะเร็งของเครือข่ายบริการสาธารณสุขที่ 10 ประกอบด้วย จ.อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, ยโสธร, อำนาจเจริญ เเละมุกดาหาร พบว่ามีเเนวโน้มการเสียชีวิตด้วยมะเร็งท่อน้ำดีเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปี 2550 มีผู้ป่วยจาก 5 จังหวัดเสียชีวิตด้วยโรคนี้ถึงร้อยละ 33 ต่อประชากรเเสนคน เเละเพิ่มเป็นร้อยละ 42 ต่อประชากรเเสนคนในปี 2553

สาเหตุที่มีผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวนมาก มาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารดิบ เช่น ก้อย, ปลาร้า, และปลาส้ม ซึ่งทำให้เกิดพยาธิใบไม้ตับ และเป็นตัวก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง การเฝ้าระวังโดยการตรวจอุจจาระหาไข่พยาธิ การรณรงค์ไม่กินอาหารสุกๆดิบๆ รวมถึงการอัลตร้าซาวด์ เพื่อคัดกรองอาการ จึงเป็นอีกเเนวทางหนึ่งในป้องกันมะเร็ง ของเครือข่ายบริการสาธารณสุขที่ 10 ด้วยการจัดหน่วยเเพทย์เคลื่อนที่ให้บริการประชาชนในชุมชนต่างๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

โดยประชาชนที่มารับบริการ จะเริ่มจากการซักประวัติสอบถามถึงพฤติกรรมความเสี่ยงต่างๆ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้มารับบริการเข้าไปพบเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการคัดกรองด้วยการอัลตร้าซาวน์ ตรวจดูระบบการทำงานของอวัยวะภายใน หากพบความผิดปกติเเพทย์จะให้คำเเนะนำ เเละนัดมาทำการรักษาตามขั้นตอนอีกครั้ง

สำหรับอาการของมะเร็งท่อน้ำดี มักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจึงไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคนี้ กว่าจะรู้ตัวก็เป็นระยะที่ไม่สามารถผ่าตัดหรือรักษาให้หายขาดได้ การตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นวิธีการที่จะช่วยยับยั้งไม่ให้มะเร็งลุกลามไปสู่ระยะอันตรายได้

ปัจจุบันโรคมะเร็งตับเเละมะเร็งท่อน้ำดีเป็นโรคที่มีผู้ป่วยมากเป็นอันดับต้นๆของประเทศ โดยเฉพาะในผู้ป่วยเพศชายที่พบอัตราการเสียชีวิตมาก มากกว่าผู้ป่วยเพศหญิง มีผู้ป่วยประมาณ 10,000 คนต่อปี เเต่ศักยภาพในการรักษาสามารถให้การผ่าตัดได้เพียง 300 คนต่อปีเท่านั้น เนื่องจากผู้ป่วย 1 คนต้องใช้เวลาผ่าตัด 8 ชั่วโมง

การจัดการเครือข่ายดูเเลคัดกรองผู้ป่วยมะเร็งจึงเป็นอีกภารกิจหนึ่งของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพเเห่งชาติ เเละกระทรวงสาธารณสุข ต้องการลดจำนวนผู้ป่วย รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการอย่างทั่วถึง


กลับขึ้นด้านบน