ผลกระทบด้านท่องเที่ยวจากการชุมนุมปิดถนนของม็อบสวนยาง

ผลกระทบด้านท่องเที่ยวจากการชุมนุมปิดถนนของม็อบสวนยาง

ผลกระทบด้านท่องเที่ยวจากการชุมนุมปิดถนนของม็อบสวนยาง

รูปข่าว : ผลกระทบด้านท่องเที่ยวจากการชุมนุมปิดถนนของม็อบสวนยาง

ผลกระทบด้านท่องเที่ยวจากการชุมนุมปิดถนนของม็อบสวนยาง คำขู่ปิดถนนและสนามบิน รวมถึงสถานที่สำคัญแบบดาวกระจายในหลายจังหวัดทางภาคใต้ของกลุ่มชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน หากรัฐบาลไม่ทำตามข้อเรียกร้องแก้ปัญหาผลผลิตราคาตกต่ำ ทำให้สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เกรงว่า จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักและมีความอ่อนไหว

นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มนี้ ตัดสินใจเดินเท้าฝ่ากลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน ที่ปักหลักชุมนุมปิดถนนสี่แยกหน้าวันถ้ำเสือ ตำบลกระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ เพื่อเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ แต่ต้องพลาดโอกาสไปไม่ทันเครื่องบิน เหมือนกับเพื่อนนักท่องเที่ยวอีกกว่า 100 คน และยังทำให้การจราจรติดขัดความยาวกว่า 10 กิโลเมตร เพราะเป็นถนนสายสำคัญเชื่อมต่อระหว่างฝั่งอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน

รองประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ตรวจสอบพบว่าการปิดถนนในจังหวัดกระบี่ รวม 8 ชั่วโมง เมื่อเย็นวานนี้ (3 ก.ย.2556) ตรวจสอบพบว่า ยังไม่เกิดผลกระทบกับการท่องเที่ยวทั้งจ.ภูเก็ตและจ.กระบี่มาก เพราะช่วงนี้กว่าร้อยละ 50 ล้วนเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย แต่หากกลุ่มเกษตรกรทำตามคำขู่ ด้วยการปิดสนามบินและสถานที่สำคัญในแต่ละจังหวัดแบบดาวกระจาย หากผลการเจรจากับตัวแทนรัฐบาลไม่ประสบผลสำเร็จ จะเกิดผลกระทบตามมาอย่างแน่นอน เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักและมีความอ่อนไหว จึงเรียกร้องรัฐบาลเร่งหาทางออก 

ขณะที่บรรยากาศการท่องเที่ยวบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พบว่าการปิดถนนหน้าสหกรณ์โคออฟสุราษฎร์ธานี วันเดียวทำให้นักท่องเที่ยวโดยสารมากับรถทัวร์และรถตู้ที่ต้องใช้บริการกับเรือเฟอร์รี่หายไปกว่าครึ่ง และนักท่องเที่ยวบางกลุ่มต้องเดินทางขึ้นฝั่งไปใช้บริการกับท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฏร์ธานี พลาดเที่ยวบินเป็นจำนวนมาก 
    
การประลองกำลังระหว่างแกนนำเครือข่ายเกษตรกรภาคใต้กับรัฐบาล ตลอดระยะเวลา กว่า 10 วัน ของการชุมนุม ก่อนนำไปสู่ยุทธการดาวกระจายปิดถนนสายสำคัญ รวม 5 จังหวัด พร้อมกัน เมื่อเย็นวานนี้ (4 ก.ย.2556) ส่งผลกระทบกับการจราจรของพี่น้องทั่วภาคใต้เอง ทำให้บรรดาแกนนำเกรงว่า กระแสความเห็นใจอาจตีกลับเป็นความเกลียดชัง จึงยอมสลายแต่สถานการณ์ความวุ่นวายอาจหวนกลับมาอีกครั้ง และมีแนวโน้มของความรุนแรงมากขึ้นยิ่งขึ้น หากแต่ละฝ่ายไม่ยอมถอยคนละก้าว
     

 


กลับขึ้นด้านบน