เปิด "นิทรรศการน้ำเพื่อชีวิต" สร้างความเข้าใจปชช. "โครงการจัดการน้ำ"

เปิด "นิทรรศการน้ำเพื่อชีวิต" สร้างความเข้าใจปชช. "โครงการจัดการน้ำ"

เปิด "นิทรรศการน้ำเพื่อชีวิต" สร้างความเข้าใจปชช. "โครงการจัดการน้ำ"

รูปข่าว : เปิด "นิทรรศการน้ำเพื่อชีวิต" สร้างความเข้าใจปชช. "โครงการจัดการน้ำ"

เปิด คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) จัดนิทรรศการน้ำเพื่อชีวิต ระหว่างวันที่ 4-12 กันยายนนี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่และให้ความรู้โครงการบริหารจัดการน้ำกับประชาชน ก่อนจะดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ก่อสร้างโครงการทั่วประเทศ ด้านนักวิชาการและชาวชุมชนร้อยปี คลอง 3 จ.ปทุมธานี ยังคงกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เพราะขณะนี้ยังไม่มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน

นิทรรศการน้ำเพื่อชีวิตเป็นการแสดงแผนงานโครงการบิรหารจัดการน้ำของรัฐบาล มูลค่า 350,000 ล้านบาท มีการจำลองแผนที่บริเวณการก่อสร้างแผนงานโครงการทั้ง 9 สัญญา เพื่อให้ประชาชนทราบว่า โครงการทั้งหมดจะเกิดขึ้นและมีลักษณะอย่างไร นิทรรศการครั้งนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลกับประชาชนที่สนใจ ไม่ใช่การรับฟังความคิดเห็นตามคำสั่งศาลปกครอง

 
ขณะที่นักวิชาการจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยบอกว่า เห็นด้วยกับการจัดนิทรรศการน้ำของรัฐบาล แต่การรับฟังความคิดเห็นประชาชนในจังหวัดต่างๆที่กำลังจะตามมา ยังผิดขั้นตอนวิศวกรรม เพราะทั้ง 9 สัญญา ยังศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ยังไม่แล้วเสร็จ จึงอาจถูกประชาชนในพื้นที่ต่อต้านได้

    

 
จังหวัดปทุมธานีเป็นจังหวัดหนึ่งที่จะมีการรับฟังความคิดเห็นประชาชน แต่ชาวชุมชนร้อยปี คลอง 3 ในอำเภอธัญบุรี กังวลใจว่า โครงการเร่งด่วนงบประมาณ 1 แสน 2 หมื่นล้านบาท ที่มีการก่อสร้างพนังกั้นน้ำตลอดแนวคลองรังสิตเพื่อป้องกันน้ำท่วม กำลังจะส่งกระทบกับวิถีชีวิตของพวกเขา เพราะขาดการรับฟังความเห็นก่อนการก่อสร้าง โครงการใหม่จึงอาจจะส่งผลกระทบในแบบเดียวกัน ขณะที่นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ที่ไปสำรวจชุมชนนี้ บอกว่าการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ที่จะแล้วเสร็จในเร็วๆนี้ เป็นการเร่งรัดกระบวนการเกินไป ทั้งที่ต้องใช้เวลาหลายปี
 
ดังนั้นการที่รัฐไปจัดเวทีประชาพิจารณ์ อ้างว่าประชาพิจารณ์ จริงๆ ก็คือการประชาสัมพันธ์ เฉพาะในตัวจังหวัดในโรงแรมขนาดใหญ่ ถือสถาบันการศึกษาที่อยู่ในตัวจังหวัดเนี๊ยะ ผมคิดว่ามันยังไม่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามที่กฎหมายกำหนด ดั้งัน้นจะมาอ้างว่าได้ปฎิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 57 แล้ว ๆได้ปฎิบัติมาตรา 67 วรรค 2 แล้ว ไม่ใช่ 
 
ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียส่วนหนึ่งในภาคกลาง ยังไม่มั่นใจว่า โครงการก่อสร้างเพื่อบริหารจัดการน้ำจะช่วยป้องกันน้ำท่วมได้จริงหรือไม่ และจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชนอย่างไร เพราะยังไม่มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน รวมถึงขาดการมีส่วนร่วมกับประชาชนอย่างแท้จริง
 


กลับขึ้นด้านบน