ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องคดียักยอกทรัพย์ บีบีซี ปี 2538 ชี้หลักฐานไม่มีน้ำหนัก

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องคดียักยอกทรัพย์ บีบีซี ปี 2538 ชี้หลักฐานไม่มีน้ำหนัก

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องคดียักยอกทรัพย์ บีบีซี ปี 2538 ชี้หลักฐานไม่มีน้ำหนัก

รูปข่าว : ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องคดียักยอกทรัพย์ บีบีซี ปี 2538 ชี้หลักฐานไม่มีน้ำหนัก

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องคดียักยอกทรัพย์ บีบีซี ปี 2538 ชี้หลักฐานไม่มีน้ำหนัก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้องอดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บีบีซี ยักยอกทรัพย์ อนุมัติวงเงินสินเชื่อกว่า 30 ล้านบาท เมื่อปี 2538

ศาลอาญารัชดาภิเษกอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บีบีซี ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว และนายเอกชัย อธิคมนันทะ อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ และ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

 เมื่อปี 2538 นายเกริกเกียรติ และนายเอกชัย ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์อนุมัติวงเงินสินเชื่อผ่านระบบคอมพิวเตอร์กับบุคคลและนิติบุคคลต่างๆ ในวงเงินเกิน 30 ล้านบาท โดยไม่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองของคณะกรรมการบริหาร บีบีซี ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 2 คน และในวันนี้ (5 ก.ย.2556) ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น พิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากหลักฐานไม่มีน้ำหนัก และไม่ปรากฏว่าการกระทำของจำเลยสร้างความเสียหายให้กับโจทก์ร่วม


กลับขึ้นด้านบน