รัฐบาลหารือ"ภาครัฐ-เอกชน" แก้ปัญหายาง เน้นแปรรูป-ทำถนน

รัฐบาลหารือ"ภาครัฐ-เอกชน" แก้ปัญหายาง เน้นแปรรูป-ทำถนน

รัฐบาลหารือ"ภาครัฐ-เอกชน" แก้ปัญหายาง เน้นแปรรูป-ทำถนน

รูปข่าว : รัฐบาลหารือ"ภาครัฐ-เอกชน" แก้ปัญหายาง เน้นแปรรูป-ทำถนน

รัฐบาลหารือ นายกรัฐมนตรีเชิญภาครัฐและเอกชน ร่วมหารือแก้ไขปัญหาสินค้ายางพารา เน้นแปรรูปยางด้วยการผลิตถุงมือให้โรงพยาบาลของรัฐ และการทำถนนยางพารา

วันนี้ (6 ก.ย.) นายธีรัตน์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาสินค้ายางพารา โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่เชิญภาคเอกชนมาหารือในวันนี้ (6 ก.ย.) เนื่องจากต้องการรับทราบว่าในส่วนของภาคอุตสาหกรรมที่เป็นอุปสงค์จะช่วยดูแลราคายางอย่างไรบ้าง ซึ่งรัฐบาลพยายามที่จะลดอุปทานยางในตลาด ด้วยการนำมาผลิตสินค้าในประเทศมากขึ้น อาทิ การทำถนน ถุงมือยาง เป็นต้น

ขณะเดียวกันได้ให้กระทรวงสาธารณสุขไปคำนวณความต้องการใช้ถุงมือยางในโรงพยาบาลของรัฐ เพื่อจัดซื้ออย่างเป็นระบบ และให้กระทรวงคมนาคมไปยางพาราไปทำถนน พร้อมขอความร่วมมือให้ภาคเอกชนร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมยางทั้งระบบเพื่อทำให้แนวคิด Rubber City เป็นจริงมากขึ้น

ด้านนายหลักชัย กิตติพล นายกสมาคมยางพาราไทย กล่าวว่า ราคายางได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่เดือน พ.ค. เพราะประเทศจีนได้ประกาศแล้วว่ายังรับซื้อยางของไทย ซึ่งถ้าดูราคายางในปีนี้ (56) จะพบว่าราคาเฉลี่ยจะเท่ากับปี 2551 แต่หลังจากนั้นราคายางในตลาดโลกได้เพิ่มสูงขึ้น  เพราะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และความต้องการในตลาดมากขึ้น ทั้งนี้ราคาในตลาดคงจะไม่ขึ้นไปสูงมาก เพราะมีผลผลิตออกมามากจากทั้งประเทศมาเลเซีย เวียดนาม จีน และประเทศไทยเอง

นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ (IRCo) กล่าวว่า ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ได้ลดการส่งออกยาง 300,000 ตัน ซึ่งช่วยให้ราคายางไม่ร่วงลงมาก โดยรัฐบาลทั้ง 3 ประเทศ อาจต้องมีการสนับสนุนงบประมาณด้านการตลาด ซึ่งการดูแลเสถียรภาพราคายางนั้น รัฐบาลแต่ละประเทศจะต้องไปดูให้ปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อลดต้นทุน และได้ผลผลิตที่ดีขึ้น สอดคล้องกับการทำเกษตรโซนนิ่ง

โดยทั้ง 3 ประเทศ กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำตลาดกลางของอินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย เพื่อทำให้มีการซื้อขายยางตามราคาจริง ไม่มีการเก็งกำไร ทั้งนี้ทางบริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ ได้เตรียมเชิญประเทศอื่นๆ ในอาเซียนมาเข้าร่วมในสภายางพาราอาเซียน เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมยางให้มีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น และรัฐมนตรีทั้ง 3 ประเทศตกลงว่าในแต่ละประเทศจะมีการจัดตั้งกองทุนยางพารา เพื่อเข้าไปดูแลยางพาราตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ


กลับขึ้นด้านบน