เกิดเหตุรถชนกัน 5 คันซ้อน จ.สระบุรี เหตุฝนตกถนนลื่น-เจ็บ 26 คน

เกิดเหตุรถชนกัน 5 คันซ้อน จ.สระบุรี เหตุฝนตกถนนลื่น-เจ็บ 26 คน

เกิดเหตุรถชนกัน 5 คันซ้อน จ.สระบุรี เหตุฝนตกถนนลื่น-เจ็บ 26 คน

รูปข่าว : เกิดเหตุรถชนกัน 5 คันซ้อน จ.สระบุรี เหตุฝนตกถนนลื่น-เจ็บ 26 คน

เกิดเหตุรถชนกัน 5 คันซ้อน จ.สระบุรี เหตุฝนตกถนนลื่น-เจ็บ 26 คน ฝนตกอย่างต่อเนื่องยังคงส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่จ.สระบุรี ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนกันถึง 5 คัน มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพ-ร้อยเอ็ด อยู่ในสภาพพลิกคว่ำและทับรถกระบะ เนื่องจากเกิดอุบัติพุ่งชนท้ายกันบริเวณถนนมิตรฝั่งขาเข้า บริเวณกิโลเมตรที่ 28 อ.หมวกเหล็ก จ.สระบุรี ใกล้เคียงยังพบรถยนต์ และรถกระบะถูกชนเสียหาย เช่นเดียวกับหัวรถเทรลเลอร์ที่เสียหลักหลุดออกนอกเส้นทาง มีผู้บาดเจ็บ 26 คน แต่อาการไม่สาหัส เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลหลังเกิดเหตุ

 
ตำรวจสอบสวนนายคำสิงห์ แสนวันแสง คนขับรถกระบะเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ประกอบกับถนนเป็นทางลาดชัน โดยตัวเองขับรถอยู่หน้ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศคันดังกล่าว ระหว่างนั้นเห็นรถเทรลเลอร์จอดเสียอยู่ จึงเบรกชะลอรถทำให้รถคันหลังที่วิ่งตามมาเบรกติดต่อกัน แต่ไม่หยุด ทำให้รถไถลชนกันถึง 5 คัน โดยตัวเองหนีออกมาได้ ก่อนที่รถจะถูกรถรถโดยสารประจำทางปรับอากาศคันดังกล่าวทับ
 
ส่วนฝนตกลงมาติดก่อกันหลายวัน ทำให้ดินภูเขาสไลด์หลายจุด จ.เชียงราย โดยเฉพาะบนถนนเทอดไทย-ดอยหัวแม่คำ บริเวณบ้านแสนเมืองโก และบ้านเล่าลิ้ว อ.แม่ฟ้าหลวง รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ขณะนี้ต้องเร่งนำเครื่องจักรเข้าไปเปิดทาง เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านกว่า 1,000 คนที่ติดอยู่ด้านใน
 
ส่วนจ.พะเยา ฝนตกหนักทำให้น้ำป่าไหลบ่ามาตามลำน้ำร่องช้าง ไหลหลากเข้าท่วมบ้านกว่า 500 หลัง ในพื้นที่หลายหมู่บ้าน ต.บ้านปิน อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา โดยบางจุดระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร
 
ขณะที่จ.หนองคายเจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบท เร่งตรวจสอบสภาพสะพานห้วยน้ำพร้าว บ้านนางิ้ว ต.นางิ้ว อ.สังคม ที่ถูกน้ำป่าพัดขาด จนชาวบ้านไม่สามารถใช้สัญจรได้ เบื้องต้นจะนำสะพานเหล็ก หรือ สะพานแบริ่งมาวางพาดลำห้วย เพื่อให้ชาวบ้านใช้สัญจรชั่วคราว
 
ขณะที่จ.ร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่ชลประทานจังหวัด เข้าตรวจสอบสะพานเชื่อมระหว่างอ.ทุ่งเขาหลวง และต.บึงงาม อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ที่ถูกน้ำป่าพัดขาดเมื่อ 10 วันก่อน ซึ่งจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ ยังไม่สามารถซ่อมแซมได้ เนื่องจากระดับน้ำที่ไหลผ่านยังสูงกว่า 2 เมตร คาดว่าต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้ระดับน้ำลดลง
 
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักในระยะนี้ เนื่องจากร่องมรสุมเลื่อนพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับคลื่นกระแสลมตะวันออกกำลังเคลื่อนผ่านภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง 


กลับขึ้นด้านบน