"คมนาคม" คาดย้ายเครื่องบินออกจากรันเวย์ได้ภายในพรุ่งนี้

"คมนาคม" คาดย้ายเครื่องบินออกจากรันเวย์ได้ภายในพรุ่งนี้

"คมนาคม" คาดย้ายเครื่องบินออกจากรันเวย์ได้ภายในพรุ่งนี้

รูปข่าว : "คมนาคม" คาดย้ายเครื่องบินออกจากรันเวย์ได้ภายในพรุ่งนี้

วันนี้ (10ก.ย.56) กรมการบินพลเรือน และการบินไทย จะส่งกล่องดำไปตรวจพิสูจน์สาเหตุที่ชัดเจน ถึงกรณีเครื่องบิน แอร์บัส เที่ยวบินที่ ทีจี 679 เส้นทางกวางโจ่ว-กรุงเทพฯ ของบริษัทการบินไทย เกิดฐานล้อขัดข้อง ทำให้ไถลออกนอกทางวิ่งที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเบื้องต้นกระทรวงคมนาคม คาดการณ์ว่า จะสามารถเคลื่อนย้ายเครื่องบินออกจากรันเวย์ได้ในวันที่ 11 กันยายนนี้ ขณะที่การป้ายสีทับลงบนโลโก้การบินไทยบนเครื่องบิน มีรายงานว่า เกี่ยวข้องกับการรักษาภาพลักษณ์ของสายการบิน

มีการตั้งข้อสังเกตถึงการนำสีมาป้ายทับลงบนโลโก้ของตัวเครื่องบิน เอ 330-300 ของการบินไทย ที่ยังจอดอยู่บนรันเวย์ฝั่งตะวันออกของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังประสบอุบัติเหตุลื่นไหลออกรันเวย์เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา

 
เบื้องต้นมีรายงานจากเจ้าหน้าที่ของการบินไทยว่า สาเหตุที่ต้องนำสีมาป้ายทับลงบนโลโก้ เป็นการดำเนินการตามคำแนะนำของเครือข่ายพันธมิตรสายการบิน ตามกฎการสื่อสารในภาวะวิกฤต ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของสายการบิน และสมาชิกของเครือข่าย แต่ยังไม่มีคำยืนยันที่ชัดเจนจากผู้บริหารสายการบิน
 
ส่วนการดำเนินการตรวจสอบสาเหตุของอุบัตเหตุครั้งนี้ พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เบื้องต้นทราบว่า เครื่องบินสามารถลงจอดได้ตามปกติ แต่ล้อหลังเกิดการชำรุด ทำให้ตัวเครื่ิงยนต์ด้านขวาสียดสีไปกับพื้นทางวิ่งจนเกิดประกายไฟ ซึ่งในวันนี้ กรมการบินพลเรือน และการบินไทย จะส่งกล่องดำไปตรวจพิสูจน์สาเหตุที่ชัดเจน ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะนำส่งไปยังบริษัท แอร์บัส สำนักงานใหญ่ที่ประเทศฝรั่งเศส หรือสำนักงานย่อยที่ใกล้ที่สุดคือประเทศสิงคโปร์ ขณะที่ล่าสุดทางบริษัท แอร์บัส ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบสภาพเครื่องบินแล้ว

    

    

 
ส่วนตัวเครื่องบิน อยู่ระหว่างการเร่งเคลื่อนย้ายเครื่องบินออกจากทางวิ่ง แต่เนื่องจากล้อหน้าจมลงไปบนพื้นดินทำให้ตัองใช้เครื่องมือใหญ่ยก จึงต้องใช้เวลาในการเคลื่อนย้าย โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถให้บริการได้ในวันที่ 11 กันยายน 2556 เวลา 9.00 น.
 
ด้านน.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการ หรือ บอร์ด ทอท. กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุ ทำให้เครื่องบินต้องบินวนอยู่บนอากาศ รวม 99 ลำ ลำละประมาณ 15 นาที และมีเครื่องบินดีเลย์ที่หลุมจอด 30 นาที รวม 106 ลำ แต่ยังไม่มีเที่ยวบินใดที่ขอเปลี่ยนจุดลงจอด ไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง และสนามบินอู่ตะเภา ที่เตรียมไว้เป็นท่าอากาศยานสำรอง พร้อมทั้งยืนยันว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถรองรับเที่ยวบินได้ทั้งหมด โดยปัจจุบันที่สุวรรณภูมิมีเที่ยวบิน 800 เที่ยวบินต่อวัน และสามารถรองรับได้ถึง 70 เที่ยวบินต่อชั่วโมง
 
ขณะเดียวกัน ทอท. ยังได้ร่วมกับคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบิน ประสานไปทุกสายการบิน ที่จะเดินทางมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้เตรียมสำรองน้ำมันเพื่อรองรับการล่าช้าของเที่ยวบิน และให้สายการบินหรือนักบินตัดสินใจ ว่าจะลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง หรืออู่ตะเภา เพราะหากลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอาจเกิดความล่าช้า ประมาณ 10-15 นาที ซึ่งที่ผ่านมาหลังเกิดอุบัติเหตุ ยังไม่มีสายการบินขอเปลี่ยนจุดหมายลงจอด
 


กลับขึ้นด้านบน