นักวิชาการ ชี้ ไทยควรพร้อมรับ "สังคมผู้สูงอายุ" ขยายเวลาเกษียณอายุแก้ปัญหาขาดแรงงาน

นักวิชาการ ชี้ ไทยควรพร้อมรับ "สังคมผู้สูงอายุ" ขยายเวลาเกษียณอายุแก้ปัญหาขาดแรงงาน

นักวิชาการ ชี้ ไทยควรพร้อมรับ "สังคมผู้สูงอายุ" ขยายเวลาเกษียณอายุแก้ปัญหาขาดแรงงาน

รูปข่าว : นักวิชาการ ชี้ ไทยควรพร้อมรับ "สังคมผู้สูงอายุ" ขยายเวลาเกษียณอายุแก้ปัญหาขาดแรงงาน

นักวิชาการ ชี้ ไทยควรพร้อมรับ นักวิชาการด้านประชากรศาสตร์ ยอมรับ ประเทศไทยควรเริ่มเตรียมพร้อมรับ "สังคมผู้สูงอายุ" ขณะที่งานวิจัยพบว่า การขยายอายุการทำงานวัยเกษียณ เป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการขาดแคลนแรงงาน

ในการเสวนาวิชาการหัวข้อ "มโนทัศน์ใหม่ของผู้สูงอายุ เรื่องการขยายอายุการทำงาน บทเรียนจากต่างประเทศและบริบทสำหรับสังคมไทย" รศ.วรเวศม์ สุวรรณระดา คณบดีวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนองานวิจัยผลกระทบการขยายอายุเกษียณ เนื่องจากในอนาคตจำนวนประชากรแรงงานมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นอุปสรรคในการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งภาคแรงงานจำเป็นต้องจ้างแรงงานต่างด้าวมาทำงานมากขึ้น จึงมีข้อเสนอในการขยายอายุเกษียณภาครัฐจากอายุ 60 ปีเป็น 65 ปี และยืดอายุการทำงานของลูกจ้างเอกชนต่อเนื่องจากอายุ 50 ปีไปเรื่อยๆ

    
 
โดยงานวิจัยผลกระทบจากการขยายอายุทำงาน พบว่า ลูกจ้างจะมีรายได้จากสวัสดิการภาครัฐเพิ่มขึ้น ส่วนเอกชนเฉลี่ยแล้วจะมีรายได้และสวัสดิการสูงกว่าการเกษียณอายุที่ 50 ปี สำหรับนายจ้างจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นในปีแรกๆ ที่ขยายอายุการทำงานลูกจ้าง แต่ในช่วงปีที่ 5 เป็นต้นไปจะคงที่ ซึ่งในมุมนายจ้างอาจไม่คุ้มกับการลงทุน จึงต้องศึกษาแนวทางรองรับต่อไป ส่วนภาครัฐ ถือว่าได้ประโยชน์เนื่องจากจะเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากแรงงานที่ทำงานต่อเนื่องได้เพิ่มขึ้น แต่ก็มีภาระการคลังที่ต้องส่งเสริมนโยบายด้านค่าจ้าง ต้นทุนสวัสดิการที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
 
ในส่วนการจ้างงานพบว่า การขยายอายุเกษียณและขยายอายุการทำงานไม่ได้ทำให้อัตราการว่างงานของแรงงานวัยหนุ่มสาวอายุระหว่าง 15-29 ปีเพิ่มขึ้น เวทีเสวนายังเสนอบทเรียนจากต่างประเทศที่ส่วนใหญ่เริ่มดำเนินนโยบายขยายอายุการทำงาน เช่น ประเทศสิงคโปร์ ทำได้ผลดี เนื่องจากประชากรน้อย การปรับนโยบายจึงประสบความสำเร็จ 
 
ขณะที่หลายประเทศอย่าง สหราชอาณาจักร, เกาหลี, ญี่ปุ่น ยังไม่ทำเต็มรูปแบบ แต่ได้เตรียมการมาแล้วกว่า 10 ปี ส่วนประเทศฝรั่งเศส มีนโยบายนี้เช่นกัน แต่ไม่ประสบความเร็จเนื่องจากเป็นนโยบายทางการเมือง จึงไม่สามารถผลักดันให้เป็นรูปธรรมได้ จากนี้ไป จะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ ซึ่งจะได้ข้อสรุปเพื่อเสนอต่อรัฐบาลและภาคเอกชนต่อไป
 


กลับขึ้นด้านบน