ภาครัฐถก ข้อดี-ข้อเสีย "ใบกระท่อม" ก่อนเคาะนำออกจากบัญชียาเสพติด

ภาครัฐถก ข้อดี-ข้อเสีย "ใบกระท่อม" ก่อนเคาะนำออกจากบัญชียาเสพติด

ภาครัฐถก ข้อดี-ข้อเสีย "ใบกระท่อม" ก่อนเคาะนำออกจากบัญชียาเสพติด

รูปข่าว : ภาครัฐถก ข้อดี-ข้อเสีย "ใบกระท่อม" ก่อนเคาะนำออกจากบัญชียาเสพติด

ภาครัฐถก ข้อดี-ข้อเสีย วันนี้ (10ก.ย.56) หลายหน่วยงาน นำข้อมูลหารือ ข้อดี-ข้อเสีย ก่อนพิจารณา ยกเลิก "พืชกระท่อม" หรือ ใบกระท่อม ออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 ทั้งด้านข้อกฎหมาย สาธารณสุข ก่อนที่กระทรวงยุติธรรมจะพิจารณา ยกเลิกพืชกระท่อมจากสารเสพติด

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นเจ้าภาพ เข้าหารือ 26 หน่วยงาน ภายใต้ คณะทำงานพัฒนานโยบายและกฎหมายเกี่ยวกับพืชกระท่อม โดยมีกระทรวงยุติธรรม, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ ป.ป.ส. ซึ่งการหารือ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลพืชกระท่อม เพื่อการกรั่นกรองข้อดีและข้อเสีย ในกรณีหากจะมีการถอนพืชกระท่อมออกจากกฎหมายยาเสพติดในอนาคต

 
มีข้อมูลด้านกฎหมายควบคุมพืชกระท่อม ในระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นว่า ทั่วโลกในขณะนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศเดียว ที่มีการควบคุมพืช และสารในพืชกระท่อมเข้มงวดที่สุด ในภูมิภาคอาเซียนมี 3 ประเทศที่มีกฎหมายควบคุมพืชกระท่อม อย่างในประเทศไทย จะมีกฎหมายควบคุมทั้งตัวพืชและสารในพืช เป็นยาเสพติดให้โทษ ขณะที่ในพม่า ควบคุมพืชหรือห้ามปลูก แต่ไม่ควบคุมสารในพืช ส่วนมาเลเซีย ไม่ควบคุมการปลูกแต่มีกฎหมายคควบคุมสารมิตราไนจีน ในพืชกระท่อม ควบคุมการนำเคี้ยวและการดิ่ม

    

 
ขณะที่ออสเตรเลียควบคุมให้ใช้เป็นยาและสมุนไพร เท่านั้นแต่หากมีการใช้รักษาบุคคลอื่นให้เกิดอันตรายมีโทษจำคุก 5 ปี โดยมีการควบคุมการปลูกพืชและสารอัลคาลอยด์, มิตราไจนีนในพืช ส่วนที่สหรัฐอเมริกา จัดเป็นพืชที่ให้อยู่ในการเฝ้าระวังเท่านั้น เน้นการห้ามนำเข้าประเทศ
 
ขณะที่ข้อมูลด้านสาธารณะสุข มีผลที่ต่างไปจากด้านกฎหมาย พบว่าในปัจจุบันมีผู้ใช้ อยู่ทั่วประเทศ ต่างจากเมื่อก่อนที่พบนิยมในพื้นที่ภาคใต้ และยังพบมีการนำแปรรูป เป็นสารเสพติดประเภทที่เข้มข้นขึ้น เช่น สี่คูณร้อย ซึ่งมีผู้ใช้ใน อายุ 15-24 ปี และพบว่ามีผู้เข้ารับการบำบัดมากขึ้นเนื่องจากปัญหาสุขภาพ นอกจากนี้ยังพบการแพร่ระบาด สี่คูณร้อย เพิ่มขึ้นมาเป็นรองแค่ยาบ้ากับยาไอซ์


กลับขึ้นด้านบน