"ปปง."ขอดูคำพิพากษาศาลฎีกา รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนยึดทรัพย์"ประชา-อธิลักษณ์"

"ปปง."ขอดูคำพิพากษาศาลฎีกา รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนยึดทรัพย์"ประชา-อธิลักษณ์"

"ปปง."ขอดูคำพิพากษาศาลฎีกา รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนยึดทรัพย์"ประชา-อธิลักษณ์"

รูปข่าว : "ปปง."ขอดูคำพิพากษาศาลฎีกา รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนยึดทรัพย์"ประชา-อธิลักษณ์"

เลขาธิการปปง.ขอดูรายละเอียดคำพิพากษาศาลฎีกา คดีจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกทม. และรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน ก่อนดำเนินการยึดทรัพย์ นายประชา มาลีนนท์ และพล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ

พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวกับไทยพีบีเอสถึงช่องทางการยึดทรัพย์ นายประชา มาลีนนท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. ภายหลังศาลฎีกา แผนกคดีอาญานักการเมือง มีคำพิพากษาในคดีจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกทม. โดยเลขาธิการปปง.ระบุว่า ขอดูรายละเอียดของคำพิพากษาว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะในส่วนของการชดเชยความเสียหาย ว่าได้มีการระบุถึงทรัพย์สินหรือความเสียหายในคดีนี้ไว้หรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในวันนี้ (12 ก.ย.)

ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบว่า เป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการทุจริตนั้น จะมีวิธีการตรวจสอบด้วยการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ และจะพยายามดำเนินการเพื่อให้ทันเสนอคณะกรรมการฯพิจารณาในสัปดาห์หน้า ส่วนวิธีการตรวจสอบย้อนหลัง แม้ว่าคดีนี้จะผ่านมาแล้วร่วม 10 ปีนั้น  ตามกฎหมายฟอกเงิน เจ้าของทรัพย์ต้องมาชี้แจงที่มาของทรัพย์สินต่างๆ แต่หากผู้ถูกยึดทรัพย์เดินทางออกนอกประเทศแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมีช่องทางที่จะส่งเรื่องเข้ามาได้ และต้องดูรายละเอียดทรัพย์สินว่าเป็นของผู้ถูกยึดทรัพย์หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง

เลขาธิการปปง.ยังกล่าวว่า หากพิจารณาตามหลักการแล้วอาจเป็นไปได้ที่จะมีการยึดทรัพย์ แต่ยืนยันว่าปปง.จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆให้ชัดเจนก่อนดำเนินการยึดทรัพย์


กลับขึ้นด้านบน