ภาคเหนือ-อีสาน เฝ้าระวังน้ำป่าและดินถล่ม

ภาคเหนือ-อีสาน เฝ้าระวังน้ำป่าและดินถล่ม

ภาคเหนือ-อีสาน เฝ้าระวังน้ำป่าและดินถล่ม

รูปข่าว : ภาคเหนือ-อีสาน เฝ้าระวังน้ำป่าและดินถล่ม

ภาคเหนือ-อีสาน เฝ้าระวังน้ำป่าและดินถล่ม ฝนที่ตกหนักตลอดช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้หลายในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องเผชิญกับน้ำท่วมขัง และต้องเฝ้าระวังน้ำป่าและดินโคล่นถล่ม

น้ำป่าจากเทือกเขาดอยปุยยังคงไหลมาตามลำห้วย สาขาหนองน้ำหนองหลวง เข้าท่วมพื้นที่การเกษตรที่บ้านหัวดงและบ้านใหม่นาวา ตำบลห้วยสัก อ.เมืองเชียงราย กว่า 500 ไร่ ล่าสุดจ.เชียงรายประกาศให้ 18 อำเภอเป็นพื้นที่เฝ้าระวังน้ำป่าและดินถล่ม โดยเฉพาะอำเภอแม่ฟ้าหลวง แม่จันและแม่สรวย เพราะดินอุ้มน้ำไว้จำนวนมาก

 
จ.ศรีสะเกษน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยตาจู และอ่างเก็บน้ำห้วยทา อ.ราษีไศล ล้นประตูระบายน้ำ ไหลลงสู่นาข้าว โดยปริมาณน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหน้าที่เตือนเกษตรพื้นที่ลุ่มติดลำน้ำ ให้เฝ้าระวัง เนื่องจากพื้นที่ต้นน้ำบนเทือกเขาพนมดงรักษ์ยังมีฝนตก อาจทำให้เกิดน้ำป่าและน้ำท่วมฉับพลัน
 
ส่วนฝนที่ตกในเขตเทศบาลเมืองอุดรธานี ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในถนนหลายสาย โดยเฉพาะซอยพรหมประกาย ถ.ศรีชมชื่น ระดับน้ำสูงถึง 20 เซนติเมตร แต่คาดว่าหากไม่มีฝนตกเพิ่ม สถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติช่วงบ่าย
 
ขณะที่ชาวบ้านหมู่ 4 ต.หนองแก อ.เมืองอุทัยธานี ต้องเร่งบรรจุกระสอบทราย เพื่อเสริมค้นกั้นน้ำบริเวณรอบๆนาข้าว หลังถูกน้ำกัดเซาะเสียหายตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ (12 ก.ย.2556) สาเหตุจากฝนที่ตกหนักติดต่อกัน ทำให้ปริมาณน้ำไหลลงพื้นที่นาเสียหายไปแล้วหลายร้อยไร่
 
จ.ตรังระดับน้ำที่ท่วมพื้นที่ต.บางสัก อ.กันตัง และต.นาโต๊ะหมิง อ.เมืองตรัง ล่าสุดเริ่มลดระดับหลังฝนตกน้อยลง แต่บ้านเรือนกว่า 50 หลัง ยังถูกน้ำท่วมขังสูง 20-50 เซนติเมตร สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมันและพืชผลทางการเกษตรถูกน้ำท่วมขังกว่า 500 ไร่
 
ขณะที่จ.สตูล ทะเลยังคงมีคลื่นสูงถึง 2 เมตร และมีฝนตกหนักในพื้นที่ทั้ง 7 อำเภอ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านต้องหยุดหาปลา พร้อมสั่งเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งและน้ำป่าไหลหลาก ในอ.มะนัง, อ.ทุ่งหว้า, อ.ท่าแพ และอ.ควนโดน อย่างใกล้ชิด
 
 


กลับขึ้นด้านบน