สปสช.ร่วมปรับระบบผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด "เพิ่มช่องฟาสแทรค-การวินิจฉัย"

สปสช.ร่วมปรับระบบผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด "เพิ่มช่องฟาสแทรค-การวินิจฉัย"

สปสช.ร่วมปรับระบบผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด "เพิ่มช่องฟาสแทรค-การวินิจฉัย"

รูปข่าว : สปสช.ร่วมปรับระบบผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด "เพิ่มช่องฟาสแทรค-การวินิจฉัย"

สปสช.ร่วมปรับระบบผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมพัฒนาแนวทางรักษาผู้ป่วยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดแบบรุนแรงให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตผู้ป่วยเพิ่มสูงในโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก

ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) ระบุว่า ภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตแบบรุนแรง เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของผู้ป่วย ในโรงพยาบาลชุมชน ที่ผ่านมาแนวทางประสานการดูแล ส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลศูนย์ ยังล่าช้า ไม่เป็นมาตรฐาน ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตสูงขึ้น จึงได้ร่วมกับ สปสช. พัฒนาแนวทางการรักษามาตรฐานเดียวกันตั้งแต่โรงพยาบาลชุมชน ถึงโรงพยาบาลศูนย์ โดยเน้นการวินิจฉัย ดูแลเบื้องต้น ติดตามส่งต่อผู้ป่วย อย่างเป็นระบบ พร้อมเพิ่มช่องทางด่วน หรือ ฟาสแทรค ให้ผู้ป่วยมายังห้องไอซียู เพื่อการรักษาที่รวดเร็ว

 
จากการนำร่องในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกกว่า 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยจากเดิมร้อยละ 73 ในปี 2549 เหลือร้อยละ 37 ในปี 2554 และตั้งเป้าจะขยายแนวทางการรักษานี้ให้เพิ่มขึ้น
 
สำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่มีอัตราเสี่ยงจากการติดเชื้อในกระแสโลหิตแบบรุนแรง คือ ผู้สูงอายุ ที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน หรือมีแผลกดทับ ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โดยอาการจะทำให้ภูมิต้านทานต่ำ มีไข้ ความดันโลหิตต่ำ เหมือนอาการขาดน้ำ จนถึงขั้นช็อคเสียชีวิตได้ จึงจำเป็นต้องเข้าถึงการรักษาด้วยการให้สารน้ำ และยาปฏิชีวนะ อย่างรวดเร็ว
 


กลับขึ้นด้านบน