เตรียมใช้"พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ" คุม"ม็อบสวนยาง" นครศรีธรรมราช

เตรียมใช้"พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ" คุม"ม็อบสวนยาง" นครศรีธรรมราช

เตรียมใช้"พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ" คุม"ม็อบสวนยาง" นครศรีธรรมราช

รูปข่าว : เตรียมใช้"พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ" คุม"ม็อบสวนยาง" นครศรีธรรมราช

เตรียมใช้ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในฐานะเลขานุการคณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพารา ยืนยันว่า จะเอาผิดกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ชุมนุมโดยละเมิดกฎหมาย ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ใช้อำนาจตามกฎหมายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประกาศห้ามชุมนุมในพื้นที่บริเวณแยกควนหนองหงส์ โดยตำรวจเตรียมเข้าเจรจาอีกครั้งในวันนี้ (17 ก.ย.)

หลังเกิดเหตุปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุมชาวสวนยาง ทำให้จ.นครศรีธรรมราชอาศัยอำนาจตามมาตรา 22, 27 และ 29 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ประกาศให้การชุมนุมแยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่สาธารณภัยในการชุมนุมประท้วง และบริเวณใกล้เคียงเป็นพื้นที่ทำให้เกิดสาธารณภัย และคาดว่าจะเกิดสาธารณภัย จึงประกาศห้ามไม่ให้บุคคลใดที่ไม่อาศัยอยู่ในชุมชนบริเวณนั้น เข้าไปอยู่อาศัยหรือทำการใดๆ ในพื้นที่อย่างเด็ดขาด ในระหว่างวันที่ 16-17 ก.ย. 2556 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่ 16 ก.ย. 2556 ถึงเวลา 12.00 น. ของวันที่ 17 ก.ย. 2556 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ลงนามคำสั่งโดย นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช

นอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า ฝ่ายปกครองและตำรวจกำลังหารือถึงความจำเป็น ในการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในพื้นที่ ต.ควนหนองหงษ์ โดยจะมีการมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มีอำนาจในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว

สำหรับสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ระหว่างการชุมนุมของชาวสวนยาง พล.ต.ต.กิตติสันต์ เดชสุนทรวัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปิดการจราจรบริเวณการชุมนุม และปักหลักชุมนุมต่อเนื่อง โดยตำรวจได้มีการอำนวยความสะดวกจราจร ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น เบื้องต้นคาดว่าวันนี้ (17 ก.ย.) จะมีการเข้าไปเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมอีกครั้ง

ส่วนเหตุปะทะที่เกิดขึ้นหลังตำรวจเข้าเปิดการจราจรในช่วงสายของวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ต่อมาในช่วงเที่ยงวัน กลุ่มผู้ชุมนุมที่ไม่มีแกนนำชัดเจน ได้ใช้ลักษณะการดาวกระจายเข้าหาตำรวจ พร้อมกับใช้หนังสติ๊ก ก้อนหิน และไม้ ขวดบรรจุน้ำมันติดไฟ ขว้างใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้มีตำรวจได้รับบาดเจ็บประมาณ 71 นาย ในจำนวนนี้อาการสาหัส 4 นาย

รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค8 เปิดเผยด้วยว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้ามาเผารถยนต์ของตำรวจ จนได้รับความเสียหายหลายคัน รวมถึงรถของทีมข่าวไทยพีบีเอสก็ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย โดยนับตั้งแต่เกิดการปะทะต่อเนื่องจนถึงตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา แม้จะไม่มีการปะทะซ้ำอีก แต่พบว่าสถานการณ์มีความตึงเครียดต่อเนื่อง

ด้านพล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และเลขานุการคณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพารา กล่าวว่า มติคณะรัฐมนตรีในการช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิตถือว่ามีความเหมาะสม ส่วนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เจ้าหน้าที่รัฐได้เก็บรวบรวมหลักฐาน ทำการบันทึกไว้ชัดเจน และจะดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งกรณีกักขังหน่วงเหนี่ยว เผาทรัพย์ ทำลายทรัพย์สินราชการ จะมีการพิจารณาความผิดเป็นรายๆ ไป ตามที่มีหลักฐาน

ด้านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ออกแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์การปะทะกันครั้งนี้ โดยระบุข้อเรียกร้องในเบื้องต้น คือให้รัฐบาลมีคำสั่งให้กำลังตำรวจที่ปฏิบัติการในพื้นที่ ยุติการเผชิญหน้าทุกรูปแบบกับประชาชนและพี่น้องเกษตรกร, ให้รัฐบาลใช้ความพยายามทุกวิถีทางในทางสันติ, ให้รัฐบาลทบทวนท่าทีและกรอบแนวทางของตนเอง ต่อการแก้ไขปัญหาราคายางพารา และให้รัฐบาลยุติการใช้กลไกของตนเองในการใส่ร้ายป้ายสีการเคลื่อนไหวของพี่น้องเกษตรกรผู้เดือดร้อน


กลับขึ้นด้านบน