เปิดเหตุจูงใจ "พราน" นิยมล่าเสือในทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง

เปิดเหตุจูงใจ "พราน" นิยมล่าเสือในทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง

เปิดเหตุจูงใจ "พราน" นิยมล่าเสือในทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง

รูปข่าว : เปิดเหตุจูงใจ "พราน" นิยมล่าเสือในทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง

เปิดเหตุจูงใจ พื้นที่มรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้งถือเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะเสือโคร่ง ทำให้กลุ่มนายพราน พยายามเข้าไปล่าเพื่อเอาหนังและกระดูก เพราะราคาสูงถึงตัวละ 300,000 บาท และกลายเป็นสาเหตุ เกิดการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 คน

เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรตะวันออก ยังคงจัดกำลังเข้าไปติดตามไล่ล่า กลุ่มนายพรานล่าสัตว์ 2 คน ที่ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่บริเวณบ้านเซปะหละ ต.แม่ละมุ้ง อ.อุ้มผาง จ.ตาก เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 คนและบาดเจ็บ 1 คน อย่างต่อเนื่อง วันนี้ (18 ก.ย.) เป็นวันที่ 6 แล้วแต่ก็ยังไม่พบตัว จากการตรวจสอบพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มพรานชาวเวียดนาม ที่เข้ามาล่าเสือโคร่ง และถูกจับเมื่อปี 2553
  
เหตุปะทะกับกลุ่มพรานล่าสัตว์ป่าที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและสร้างความสูญเสียกับเจ้าหน้าที่ ทำให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เตรียมเพิ่มมาตรการป้องกัน ด้วยการเพิ่มกำลังคนและใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วย

ข้อมูลกลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ระบุว่าปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนเสือโคร่งในป่าประมาณ 190-250 ตัว โดยจำนวนนี้อาศัยอยู่ในป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้ง กว่า 100 ตัว ส่วนเสือเลี้ยงมีประมาณ 1,200 ตัว และด้วยราคาที่สูงถึง 300,000 บาท ต่อหนังและกระดูกเสือ 1 ตัว ทำให้กลุ่มพราน ยังคงลักลอบเข้าป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้ง ผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อันดับต้นๆของประเทศเพื่อล่าเสืออย่างต่อเนื่อง


กลับขึ้นด้านบน