หลายพื้นที่ภาคเหนือ-กลาง เกิดน้ำท่วมฉับพลัน

หลายพื้นที่ภาคเหนือ-กลาง เกิดน้ำท่วมฉับพลัน

หลายพื้นที่ภาคเหนือ-กลาง เกิดน้ำท่วมฉับพลัน

รูปข่าว : หลายพื้นที่ภาคเหนือ-กลาง เกิดน้ำท่วมฉับพลัน

หลายพื้นที่ภาคเหนือ-กลาง เกิดน้ำท่วมฉับพลัน มีคำยืนยันอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ ว่าในปีนี้โอกาสในการเกิดน้ำท่วมจะมีไม่มากนัก แม้ในระยะนี้จะมีฝนตกหนักจากอิทธิพลของสภาพอากาศ ซึ่งเป็นไปตามปกติ แต่ขณะนี้พบว่า หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลันแล้ว ทั้งในเขตภาคเหนือและภาคกลาง

ระดับน้ำในพื้นที่อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เริ่มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้น้ำในแม่น้ำน้อยล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ที่อยู่ติดริมแม่น้ำหลายหลัง ขณะที่ประชาชนรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งการเก็บของขึ้นที่สูง และทำสะพานให้สูงกว่าระดับน้ำ ประชาชนในพื้นที่หลายคนบอกว่า ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้หลายครอบครัวตั้งรับไม่ทันแม้จะมีคำเตือนจากหน่วยราชการแล้วก็ตาม

ด้านการช่วยเหลือดูแลและเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำ นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหัดพระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางไปที่อ.ผักไห่ และได้เรียกนายอำเภอ ทั้ง 16 อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำมาพูดคุยแก้ปัญหาน้ำล้นตลิ่งแล้ว

นอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมรับฟังความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้เฝ้าระวังเป็นพิเศษสำหรับประชาชนในพื้นที่ติดริมแม่น้ำพื้นที่ลุ่ม ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นเพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น ส่วนสถานการณ์ทางภาคเหนือประชาชนหลายพื้นที่ ที่มีการประกาศเตือนให้เฝ้าระวังต่างเร่งขนย้ายทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยงขึ้นสู่ที่สูง เช่น ประชาชนในเขตเทศบาลต.ทับคล้อ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากน้ำป่า ที่หลากจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ขณะนี้มีน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ได้รับความเดือดร้อนประมาณ 50 หลังคาเรือน

ส่วนที่จ.พิษณุโลก น้ำจากลำน้ำเข็ก หรือแม่น้ำวังทอง ที่เพิ่มระดับสูงขึ้น ทำให้มีน้ำท่วมพื้นที่การเกษตร ในต.วังทอง อ.วังทอง เป็นบริเวณกว้าง ชาวบ้านต้องหันมาใช้เรือในการสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน นอกจากนี้ ยังมีรายงานประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ เช่นที่ อ.เมืองลำพูน และอ.แม่ทา จ.ลำพูน และเหตุน้ำท่วมในพื้นที่อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะนี้มีคำยืนยันจากหลายหน่วยงานแล้วว่า จะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้นๆ ซึ่งเป็นไปตามวงรอบปกติของสภาพอากาศในประเทศไทย โดยขณะนี้เหตุที่เกิดขึ้น มีอิทธิพลมากจากพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ ที่คาดว่าจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันนี้ (19 ก.ย.) จากนั้นจะเคลื่อนตัวผ่านตอนล่างของประเทศลาวเข้าสู่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของประเทศไทยในวันที่ 20 กันยายน

โดยจะส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจ.มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 18-21 กันยายนนี้ ซึ่งสถานการณ์น้ำในเขื่อนทั่วประเทศ ขณะนี้ยังสามารถรองรับน้ำได้ เนื่องจากมีปริมาณน้ำสะสมไม่ถึงครึ่งของความจุอ่าง


กลับขึ้นด้านบน