รมว.สาธารณสุขสั่งทบทวนการผลิตยาให้ได้มาตรฐาน

รมว.สาธารณสุขสั่งทบทวนการผลิตยาให้ได้มาตรฐาน

รมว.สาธารณสุขสั่งทบทวนการผลิตยาให้ได้มาตรฐาน

รูปข่าว : รมว.สาธารณสุขสั่งทบทวนการผลิตยาให้ได้มาตรฐาน

รมว.สาธารณสุขสั่งทบทวนการผลิตยาให้ได้มาตรฐาน หลังองค์การเภสัชกรรมรายงานผลการสอบสวนกรณีบรรจุยาต่างชนิดกันลงในแผงยาเดียวกัน โดยระบุว่าเป็นความประมาทเลินเล่อระหว่างการชั่งน้ำหนักยา ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสั่งให้ทบทวนกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานมากขึ้น

การแก้ปัญหากรณีพบยาขององค์การเภสัชกรรม คือ ยาขยายหลอดเลือด ที่ใช้รักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และยาลดความดันโลหิต บรรจุอยู่ในแผงเดียวกัน โดยมีการเปิดเผยผลการสอบสวนว่า การจ่ายยาดังกล่าว 66,000 กว่าเม็ด โดยพบว่ามีปัญหาปน 2,000 กว่าเม็ด และมีจ่ายให้แก่ผู้ป่วยไปจำนวน 939 ราย ขณะนี้ติดตามเรียกคืนแล้ว 937 ราย อีก 2 ราย เป็นแรงงานที่ย้ายถิ่นไป แต่ไม่พบผลข้างเคียงหรือผลกระทบจากการใช้ยาต่างๆ

โดยคณะกรรมการที่สอบสวนรายงานว่า การปนของยาทั้ง 2 ชนิด เกิดขึ้นในระหว่าง การทำงานในช่วงของการนำยาไปชั่งน้ำหนัก ทำให้มีการประมาทเลินเล่อ และมีการตักยาจำนวนที่เกินหรือ ขาดนำมาวางไว้ในห้อง มีผู้ที่เห็นว่ายาอีกชุดหนึ่งขาดในเวลาใกล้เคียงกันจึงเอาไปเติม

กรณีนี้ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ความเห็นว่า สิ่งที่รายงานนั้นสมเหตุสมผลยอมรับได้ แต่ได้ให้องค์การเภสัชกรรม ทบทวนขั้นตอนต่างๆ กระบวนการผลิต ให้ได้ตามมาตรฐาน จีเอ็มพี ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อป้องกันความเสี่ยงไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้นอีก ซึ่งเรื่องนี้ สหภาพแรงงานองค์การเภสัชกรรมจะต้องร่วมมือและมีส่วนสำคัญในกระบวนการดูแลคุณภาพมาตรฐานด้วย

ขณะที่ นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ รองประธานสหพันธ์ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ตั้งข้อสังเกตถึงผลการสอบสวนว่า ยาล็อตดังกล่าวเป็นการบรรจุตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 ซึ่งน่าแปลกใจว่า เหตุใดยาล็อตดังกล่าวไปตกอยู่ที่โรงพยาบาลเพียง 7 แห่ง เท่านั้น เพราะข้อเท็จจริงโรงพยาบาลในอำเภอมีอีกกว่า 400 แห่ง และยังมีโรงพยาบาลทั่วไปอีกกว่า 90 แห่งที่ไม่เกิดปัญหา


กลับขึ้นด้านบน