กรมอุตุฯ เตือนภาค"เหนือ-อีสาน" ระวังฝนตกหนัก

กรมอุตุฯ เตือนภาค"เหนือ-อีสาน" ระวังฝนตกหนัก

กรมอุตุฯ เตือนภาค"เหนือ-อีสาน" ระวังฝนตกหนัก

รูปข่าว : กรมอุตุฯ เตือนภาค"เหนือ-อีสาน" ระวังฝนตกหนัก

กรมอุตุฯ เตือนภาค กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนประชาชน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ถึงหนักมาก ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันพรุ่งนี้ ขณะที่กรุงเทพมหานคร ก็จะมีฝนตกในหลายพื้นที่เช่นกัน จึงได้เตรียมรับมือด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม และลอกท่อระบายน้ำในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง

ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ไว้ว่าใน 1-2 วันนี้ จะมีฝนตกกระจายในกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 70 ถึง 80 ของพื้นที่ โดยมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยอยู่ที่ 60-80 มิลลิเมตรทำให้กรุงเทพมหานคร เตรียมรับมือในจุดเสียงที่จะเกิดน้ำท่วม ทั้งการขุดลอกท่อระบายน้ำ และการเตรียมเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม

รองปลัดกรุงเทพมหานคร เผยว่า ปริมาณฝนที่ตกวันนี้ทั่วกทม. อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยไม่เกิน 60 มิลลิเมตร ซึ่งอยู่ในขีดความสามารถการระบายน้ำของกทม. ถือว่าไม่น่าเป็นห่วง แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

รองปลัดกรุงเทพมหานคร เผยว่า ขณะนี้ระบบระบายน้ำของกทม. ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถระบายน้ำได้เร็วกว่าเดิม เช่น หากฝนตกเกิน 60 มิลลิเมตร ใช้เวลาเพียง 2-3 ชั่วโมง และอนาคตจะพัฒนาระบบให้สามารถรองรับน้ำฝนให้ได้ 80-100 มิลลิเมตร

ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำน้อยและแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เพิ่มสูงขึ้น ยังคงไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมน้ำ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา

ขณะที่ชาวบ้าน ใน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ก็เร่งช่วยกันนำกระสอบทราย สร้างแนวป้องกันน้ำริมคลองโผงเผงกว่า 500 เมตร หลังน้ำในคลองซึ่งเป็นคลองสาขาของแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มระดับต่อเนื่อง จนล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนใน 5 หมู่บ้านกว่า 100 หลังคาเรือน บางจุดสูงกว่า 1 เมตร

ส่วนที่ จ.สิงห์บุรี นายสุรพล แสวงศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ได้เรียกนายอำเภออินทร์บุรี อ.เมือง และ อ.พรหมบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการป้องกัน และเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับพายุที่กำลังจะมาถึง และคาดว่าเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จะระบายน้ำเพิ่มขึ้นอีก

ขณะที่นายนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการบริหารการจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เดินทางไปดูสถานการณ์น้ำ ที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท พร้อมระบุว่า การระบายน้ำของเขื่อนยังอยู่ในระดับปกติ แต่พายุดีเปรสชั่นจากทะเลจีนตอนใต้ ที่กำลังจะเข้ามา จะทำให้ฝนตกมากกว่าเดิม แต่โดยรวมทางราชการสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือ หลายพื้นที่ยังคงถูกน้ำท่วม เช่น ชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลวังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ที่พบว่าขณะนี้ระดับน้ำแม่น้ำวังทอง เพิ่มสูงขึ้น ล่าสุดทางจังหวัดได้ประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย 5 อำเภอ คือ วังทอง นครไทย ชาติตระการ วัดโบสถ์ และ เนินมะปราง เป็นพื้นที่เสี่ยงภัย

ขณะเดียวกันฝนที่ตกหนักใน จ.ยโสธร และ เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังถนนหลายสาย โดยเจ้าหน้าที่ต้องปิดประตูระบายน้ำทั้ง 8 บาน ของฝายยโสธร - พนมไพร เพื่อรองรับน้ำเหนือ และปริมาณน้ำฝน ที่คาดว่าจะตกหนักอีกในช้วง 1 - 2 วันนี้ ไม่ให้ล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน

ขณะที่น้ำจากอ่างเก็บน้ำป่าอ้อ ต.กันทรอม อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ไหลทะลักเข้าท่วมสวนผลไม้และถนนหลายสาย ใน ต.กันทรอม หลังอ่างเก็บน้ำซึ่งรับน้ำจากเทือกเขาพนมดงรักแตก เป็นแนวยาวกว่า 10 เมตร ซึ่งน้ำบางส่วนเริ่มไหลเข้าท่วมหมู่บ้านหนองผือ เจ้าหน้าที่ต้องประชาสัมพันธุ์ให้ชาวบ้านขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินไว้บนสูง เพื่อความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ในช่วงวันที่ 20 -21 ก.ย. โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณ จ.ร้อยเอ็ด จ.สุรินทร์ จ.บุรีรัมย์ จ.มหาสารคาม จ.นครราชสีมา จ.ชัยภูมิ ส่วนภาคตะวันออก บริเวณ จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว จ.ระยอง จ.จันทบุรี และ จ.ตราด


กลับขึ้นด้านบน