"กทม."เตรียมพร้อมระบบระบายน้ำ รับมือ"ฝนตกหนัก"

"กทม."เตรียมพร้อมระบบระบายน้ำ รับมือ"ฝนตกหนัก"

"กทม."เตรียมพร้อมระบบระบายน้ำ รับมือ"ฝนตกหนัก"

รูปข่าว : "กทม."เตรียมพร้อมระบบระบายน้ำ รับมือ"ฝนตกหนัก"

กรุงเทพมหานคร ระบุว่า ระบบระบายน้ำใน กทม.ยังสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ยอมรับว่า หากเกิดฝนตกหนักก็ยังต้องใช้เวลาในการระบายน้ำ โดยอุปสรรคอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้น คือประชาชนทิ้งขยะไม่เป็นที่ ทำให้ขยะจำนวนมากอุดตันท่อระบายน้ำ ทำให้เกิดความล่าช้าในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง

แม้จะคาดการณ์ว่าเมื่อวานนี้ (19 ก.ย.) จะเป็นวันที่ กทม.จะมีฝนปกคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมด แต่นับว่าเป็นโชคดีที่ ไม่พบว่ามีร่องความกดอากาศต่ำเข้ามาปกคลุม มีฝนตกหนักเพียงบางส่วน โดยมีฝนตกปรอยๆ ไม่ถึงกับหนักมาก แต่สำหรับวันนี้ (20 ก.ย.) ต่อเนื่องไปจนถึงสุดสัปดาห์อาจมีฝนต่อเนื่อง จนทำให้กรุงเทพมหานครประสบปัญหาการระบายน้ำได้

นายสัญญา ชีนิมิตร รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขณะนี้กรุงเทพมหานคร ได้มีการดูเรื่องระบบพร่องน้ำ การระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรับมือน้ำฝน โดยพบว่า ปัญหาหนึ่งที่ต้องเร่งแก้ไข คือ ปริมาณขยะที่พบว่ามีมากและไปอุดตันทางน้ำไหล เบื้องต้นได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เก็บอย่างต่อเนื่องทุกวัน และความร่วมมือจากประชาชนให้ทิ้งขยะให้เป็นที่ เพื่อเป็นการลดปัญหาดังกล่าวด้วย

รองปลัดกรุงเทพมหานคร อธิบายว่า สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่เฝ้าระวัง 37 เสี่ยง ซึ่งฝนตกปริมาณ 60 มิลลิเมตร จะเทียบความสูงเท่ากับ 6 เซนติเมตร ตามมาตรฐาน จะระบายได้ภายใน 3 ชั่วโมง หากปริมาณฝนตก 140 มิลลิเมตร จะเทียบความสูงเท่ากับ 14 เซนติเมตร ซึ่งหากฝนตกทั่วกรุงเทพฯ ร้อยละ 90 อาจต้องใช้เวลาระบายน้ำนานถึง 6 ชั่วโมง

สำหรับการเตรียมรับมือ ขณะนี้กทม. ได้เตรียมเครื่องปั่นไฟ 18 เครื่องใหญ่ เครื่องปั๊มน้ำขนาด 300 ลิตรต่อวินาที มีหน่วยรถกู้ภัยประจำจุด พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยเบสต์เพื่อให้การช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน โดยเฉพาะเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน

ด้านนายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ระบุว่า กบอ.ได้ร่วมกับ กทม.นำเรือผลักดันน้ำติดตั้งในคลองลาดพร้าว และเตรียมเรือผลักดัน 15-20 ลำ ไปเสริมในบางจุด เช่น คลองทวีวัฒนาช่วงซอยเพชรเกษม 69 คลองในเขตลาดกระบัง เป็นต้น

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า ได้จัดเตรียมกำลังพลจำนวน 150 กองร้อยทั่วประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในส่วนต่างรองรับสถานการณ์น้ำในระยะนี้ ซึ่งที่ผ่านมากองทัพได้ให้ความร่วมมือในการช่วยเหลืออย่างเต็มที่อยู่แล้ว


กลับขึ้นด้านบน