"น้ำท่วม"ฉับพลันหลายพื้นที่เขตภาคกลาง

"น้ำท่วม"ฉับพลันหลายพื้นที่เขตภาคกลาง

"น้ำท่วม"ฉับพลันหลายพื้นที่เขตภาคกลาง

รูปข่าว : "น้ำท่วม"ฉับพลันหลายพื้นที่เขตภาคกลาง

แม้จะมีการคาดการณ์ว่า พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ ที่เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม ผ่านลาวและไทยตั้งแต่เมื่อวานนี้ จะไม่ส่งผลต่อประเทศไทยตามที่คาดการณ์มากนัก และน่าจะสลายตัวไปในวันนี้ (20 ก.ย.) แต่ผลกระทบจากพายุดังกล่าวได้ทำให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่อง และลมกระโชกแรง

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา น้ำจากอ่างเก็บน้ำสามหลั่น จ.สระบุรี ได้ล้นเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านพระฉาย หมู่ 4 และ หมู่ 7 ใน ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี แล้ว โดยชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง เบื้องต้นระดับน้ำสูงประมาณ 10 เซนติเมตร ขณะที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสระบุรี เข้าพื้นที่ให้การช่วยเหลืออพยพ พร้อมอพยพชาวบ้านบางส่วนที่อยู่ในจุดอันตรายออกจากพื้นที่แล้ว

สำหรับในพื้นที่ภาคกลางยังพบว่า ฝนที่ตกต่อเนื่องตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้ ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำในแม่น้ำน้อย และแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เพิ่มสูงขึ้นและไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ที่ติดอยู่ริมน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา

ขณะที่ชาวบ้าน ในต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ก็เร่งช่วยกันนำกระสอบทราย สร้างแนวป้องกันน้ำริมคลองโผงเผงกว่า 500 เมตร หลังน้ำในคลองซึ่งเป็นคลองสาขาของแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มระดับต่อเนื่อง จนล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนใน 5 หมู่บ้านกว่า 100 หลังคาเรือน บางจุดสูงกว่า 1 เมตร

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือ หลายพื้นที่ยังคงถูกน้ำท่วม เช่น ชาวบ้านในเขตเทศบาลต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ที่พบว่า ขณะนี้ระดับน้ำแม่น้ำวังทองเพิ่มสูงขึ้น ทางจังหวัดได้ประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย 5 อำเภอ คือ วังทอง, นครไทย, ชาติตระการ, วัดโบสถ์ และเนินมะปราง เป็นพื้นที่เสี่ยงภัย

ส่วนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเมื่อวานนี้ (19 ก.ย.) ต้องถือว่าได้รับผลกระทบมากที่สุดจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น โดยพายุที่เคลื่อนเข้าพื้นที่จ.อุบลราชธานีเป็นแห่งแรก และได้ทำให้มีน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรกว่า 1,500 ไร่ บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วม 60 หลังคาเรือน และถนนเชื่อมหมู่บ้านได้รับความเสียหาย 2 สาย

เช่นเดียวกับจังหวัดยโสธร และเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ และเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ที่มีน้ำขังถนนหลายสาย โดยเจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนให้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิดอีก 1-2 วันนี้ โดยอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มในพื้นที่จ.ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และนครราชสีมา

นอกจากนี้ ยังมีคำเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่มีฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ทั้งอุบัติเหตุทางถนน และที่เกิดกับบ้านเรือน โดยเมื่อวานนี้ (19 ก.ย.) ที่อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด เกิดพายุพัดบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย แรงลมได้พัดกำแพงบ้านล้มทับเด็กทารกอายุ 23 วันเสียชีวิต ขณะที่แม่ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่อีกหลายพื้นที่ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย เนื่องจากถูกลมพายุพัด


กลับขึ้นด้านบน