เปิดปัญหาการใช้รถจักรยานในกรุงเทพฯ

เปิดปัญหาการใช้รถจักรยานในกรุงเทพฯ

เปิดปัญหาการใช้รถจักรยานในกรุงเทพฯ

รูปข่าว : เปิดปัญหาการใช้รถจักรยานในกรุงเทพฯ

เปิดปัญหาการใช้รถจักรยานในกรุงเทพฯ รถจักรยานเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่หน่วยงานของรัฐ พยายามรณรงค์ให้คนกรุงเทพมหานคร หันไปใช้รถจักรยานเพื่อลดการใช้พลังงานและบรรเทาปัญหารถติด เเม้จำนวนผู้ใช้รถจักรยานยังมีไม่เยอะ เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัยบนถนน แต่พวกเขาได้เรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง รวมถึงเร่งพัฒนาเส้นทางให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเเละครอบคลุมมากขึ้น

ความหนาเเน่นของรถยนต์บนท้องถนนเป็นปัญหาที่ชาวกรุงเทพมหานครเผชิญในทุกวัน เเม้รัฐบาลเเละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามเร่งหาวิธีการเพื่อกำหนดเเนวทางเเก้ไข เเต่ด้วยจำนวนรถยนต์ที่มากเกินกว่าถนนจะสามารถรองรับได้ ทำให้การจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนมีสภาพหนาแน่น

 
ในขณะที่โครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะยังไม่เเล้วเสร็จ เเละไม่สามารถให้บริการครอบคลุมได้ทุกพื้นที่ การเดินทางด้วยจักรยาน จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ภาครัฐ พยายามขับเคลื่อนเเละรณรงค์มาอย่างต่อเนื่อง โดยหวังให้คนกรุงเทพมหานคร ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางจากการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมาเป็นจักรยาน หรือระบบขนส่งมวลชนให้มากขึ้น เเต่ปัจจุบัน พบว่าจำนวนผู้ใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน มีไม่เยอะ เนื่องจากหลายคนยังกังวลเรื่องความปลอดภัยบนทางจักรยานที่ไม่เอื้อต่อการใช้งาน
 
ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีทางจักรยานทั้งหมด 31 เส้นทาง กระจายไปตามจุดต่างๆทั่วกรุงเทพฯ เเต่เส้นทางที่มีผลบังคับใช้ตามกฏหมายข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร กลับมีเพียง 5 เส้นทางเท่านั้น ได้เเก่ ถนนหน้าพระลาน, ถนนหน้าพระธาตุ, ถนนราชินี,ถนนพระอาทิตย์ เเละบริเวณทางเท้า ถนนราชดำเนินกลาง ตั้งเเต่หน้าลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ไปจนถึงเเยกคอกวัวทั้งสองฝั่ง เเม้ทั้งหมดจะมีข้อห้ามไม่ให้ผู้ใดรุกล้ำเส้นทาง เเต่ยังพบว่ามีการฝ่าฝืน
 
การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เเละการพัฒนาทางเท้าให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน จึงเป็นสิ่งที่ผู้ใช้จักรยานมองว่าภาครัฐ สามารถดำเนินการได้ทันที เพราะใช้งบประมาณไม่มากนัก
 
กิจกรรมรณรงค์ให้คนกรุงเทพมหานครหันมาใช้จักรยานเเทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เป็นเเนวทางที่ผู้ใช้จักรยานหลายคนมองว่า จะเป็นเเรงกระตุ้นที่จะโน้มน้าวใจให้คน กทม.ให้ความสำคัญกับปัญหารถติดเเละหันมาใช้จักรยานมากขึ้น เเต่พลังของประชาชนเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนเเปลงกรุงเทพฯในระยะยาวได้ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐในขับเคลื่อน


กลับขึ้นด้านบน