ทหารเร่งอพยพชาวศรีสะเกษ หลังถูกน้ำท่วมขัง เริ่มขาดแคลนอาหาร-น้ำดื่ม

ทหารเร่งอพยพชาวศรีสะเกษ หลังถูกน้ำท่วมขัง เริ่มขาดแคลนอาหาร-น้ำดื่ม

ทหารเร่งอพยพชาวศรีสะเกษ หลังถูกน้ำท่วมขัง เริ่มขาดแคลนอาหาร-น้ำดื่ม

รูปข่าว : ทหารเร่งอพยพชาวศรีสะเกษ หลังถูกน้ำท่วมขัง เริ่มขาดแคลนอาหาร-น้ำดื่ม

ทหารเร่งอพยพชาวศรีสะเกษ หลังถูกน้ำท่วมขัง เริ่มขาดแคลนอาหาร-น้ำดื่ม สถานการณ์น้ำในหลายจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่ท่วมสูง และมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก โดยเฉพาะจ.ศรีสะเกษ ทหารต้องเร่งอพยพชาวบ้านที่ตกค้างไปยังที่ปลอดภัย เนื่องจากเริ่มขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม

ทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่กองบัญชาการกองทัพไทย เร่งอพยพชาวบ้านที่ตกค้างในชุมชนที่ถูกน้ำท่วมทั้ง18 ชุมชน ในพื้นที่เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ไปยังที่ปลอดภัย หลังเริ่มขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม ขณะที่น้ำจากห้วยสำราญ ยังท่วมทางหลวงหมายเลข 226 เชื่อมระหว่างตัวจ.ศรีสะเกษกับจ.สุรินทร์ และทำให้คอสะพานมีรอยร้าว จนเจ้าหน้าที่ต้องสั่งปิดเส้นทางเพื่อความปลอดภัย

 
เช่นเดียวกับหลายหน่วยงาน นำเรือท้องแบนและรถบรรทุกขนาดใหญ่ เร่งช่วยอพยพชาวบ้าน 14 หมู่บ้าน ต.ไร่ใต้ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ขึ้นไปอยู่ที่สูง หลังน้ำแม่น้ำลำโดมใหญ่ ที่เอ่อล้นตลิ่งไหลท่วมบ้าน บางจุดสูง 2-3 เมตร และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุเนื่องจากไม่สามารถไหลลงสู่แม่น้ำมูลที่หนุนสูงได้ ส่วนที่จ.กาฬสินธุ์ ฝนตกหนักทำให้น้ำจากเทือกเขาภูพาน ไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร และเซาะถนนเข้าตัวอ.กุฉินารายณ์ พังเป็นหลุมลึกจนรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้
 
เช่นเดียวกับน้ำลำน้ำบริบูรณ์ ลำน้ำสาขาของลำตะคอง ที่เริ่มเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมร้านค้าข้างทางสายบายพาส นครราชสีมา เนื่องจากชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ผันน้ำจากลำน้ำลำตะคองลงลำน้ำบริบูรณ์ เพราะน้ำในลำน้ำลำตะคองมีปริมาณเพิ่มขึ้นจนเริ่มเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านริมน้ำ

    

 
ส่วนภาคเหนือ ที่อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ถูกน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลเข้าท่วม ทำให้หลายครอบครัว ต้องอาศัยอยู่ภายในบ้านที่มีน้ำท่วมสูง ล่าสุดระดับน้ำเริ่มทรงตัวและเริ่มลดระดับลง หลังจากไม่มีฝนตก
 
เช่นเดียวกับต.วังไทร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดใกล้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เหลือเพียงพื้นที่ลุ่มต่ำบางจุด ที่ยังมีน้ำท่วมขัง หลายหน่วยงานยังคงทยอยนำถุงยังชีพไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย
 
ส่วนระดับน้ำเจ้าพระยาที่สูงและไหลเชี่ยว ทำให้เรือบรรทุกน้ำตาลและบรรทุกทรายขนาดใหญ่กว่า 100 ลำ ต้องจอดทอดสมอบริเวณด้านหน้าวัดท่าสุทธาวาส อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เพื่อรอดูสถานการณ์ เนื่องจากเกรงว่า กระแสน้ำที่ไหลแรงจะเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งคลื่นจากเรือ อาจส่งกระทบต่อบ้านริมตลิ่งที่ถูกน้ำท่วม
 
ขณะที่สภาพบรรยากาศในพื้นที่เทศบาลเมืองพังงา ตลอดทั้งวัน พบว่าเริ่มมีแดดส่องมาเป็นครั้งแรก หลังฝนหยุดตกตั้งแต่เมื่อวานนี้ (23ก.ย.) แต่กรมอุตุนิยมวิทยา ยังคงประกาศเตือนฝั่งทะเลอันดามัน ให้เฝ้าระวังคลื่นลมในทะเลที่ยังคงสูง 2-3 เมตร โดยเฉพาะเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง


กลับขึ้นด้านบน