"เบี้ย" บทกวียอดเยี่ยมรางวัลพานแว่นฟ้า กับกระแสวิพากษ์วิจารณ์

"เบี้ย" บทกวียอดเยี่ยมรางวัลพานแว่นฟ้า กับกระแสวิพากษ์วิจารณ์

"เบี้ย" บทกวียอดเยี่ยมรางวัลพานแว่นฟ้า กับกระแสวิพากษ์วิจารณ์

รูปข่าว : "เบี้ย" บทกวียอดเยี่ยมรางวัลพานแว่นฟ้า กับกระแสวิพากษ์วิจารณ์

แม้มีคำทวงติงจากคนในแวดวงวรรณกรรมว่า "บทกวียอดเยี่ยมรางวัลพานแว่นฟ้า" ปีนี้นั้นผิดหลักเกณฑ์ ควรเป็นโมฆะ แต่คณะกรรมการก็ยังคงยืนยันผลการตัดสิน และจัดมอบรางวัลไปเมื่อวานนี้ (23ก.ย.) ทำให้ประเด็นนี้ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่

เนื้อหาของบทกวี "เบี้ย" ที่อรุณรุ่ง สัตย์สวี เขียนถึงคนในสังคมประชาธิปไตยว่า ไม่ต่างจากเกมการเมืองบนกระดานหมากรุก ถูกใจคณะกรรมการตัดสินรางวัลพานแว่นฟ้าแห่งรัฐสภาไทย จนได้รับรางวัลยอดเยี่ยม ด้วยถ้อยคำง่ายๆ แฝงความหมายถึงการไม่ยอมตกอยู่ใต้อำนาจรัฐประหาร แต่จำนวนของบทกวีที่มีถึง 14 บท 2 วรรค เกินเกณฑ์กำหนดไว้ที่ 6-12 บทนั้น ทำให้ถูกตั้งคำถามในวงวรรณกรรมทั้งจากนักวิจารณ์ และกรรมการซีไรต์อย่าง พินิจ นิลรัตน์ และนักเขียนดัง ศิริวร แก้วกานต์ ว่ารางวัลควรเป็นโมฆะ ขณะที่คณะกรรมการระบุว่าเนื้อหาของ "เบี้ย" มีพลังทรงคุณค่า เกินกว่าจะถูกกรอบการประพันธ์เดิมจำกัดไว้ 

    
 
รางวัลพานแว่นฟ้าถูกจับตาในแวดวงวรรณกรรม หลังการถอนตัวของคณะกรรมการจากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยราว 5 เดือนก่อน เพราะขัดแย้งทางความคิดและจุดยืนทางการเมือง กลายเป็นร้อยร้าวของวงการน้ำหมึก ที่หลายฝ่ายมองว่าอาจทำให้ผลการตัดสินมีความเอนเอียงเลือกข้างทางการเมือง หากกรรมการชุดปัจจุบันยืนยันว่าที่ทำไปเป็นการยกระดับผลงานวรรณกรรมการเมือง 
 
สำหรับรางวัลพานแว่นฟ้า จัดมอบมาต่อเนื่อง 12 ปีแล้ว เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้สร้างสรรค์วรรณกรรมการเมือง หากเป็น 12 ปีที่ถูกตั้งคำถามถึงขั้วการเมืองของกรรมการที่ทำหน้าที่อยู่ภายใน และความไม่ชัดเจนในบกติกาที่ประกาศกับสาธารณะ สร้างความแคลงใจว่า เป็นการคว่ำกติกาตัดสิน ขณะนี้จึงยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของกลุ่มนักเขียนที่ไม่เห็นด้วย และจะรวมรายชื่อกับความเห็นค้านต่อไป


กลับขึ้นด้านบน