กรมชลประทานเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อน

กรมชลประทานเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อน

กรมชลประทานเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อน

รูปข่าว : กรมชลประทานเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อน

กรมชลประทานเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อน วันนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป เนื่องจากอาจมีปริมาณฝนเพิ่มเติมอีกในระยะนี้ โดยนอกเหนือจาก จ.พระนครศรีอยุธยา เขตพื้นที่ใกล้เคียงกรุงเทพมหานคร อย่างปทุมธานี ก็ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเช่นกัน

แม้จะมีรายงานว่า ขณะนี้ระดับน้ำภายในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เขตพื้นที่ จ.ปทุมธานี อยู่ในระดับที่ทรงตัว ประมาณ 1.20 เมตร แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีปริมาณน้ำเหนือเพิ่มเติมมาสมทบจากการระบายน้ำของกรมชลประทาน ประกอบกับต้องพิจารณาภาพรวมปริมาณน้ำฝนที่อาจเพิ่มสูงขึ้นอีกในระยะนี้

นายธีรวุฒิ กลิ่นกุสุม นายกเทศบาลนครรังสิต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาลนครรังสิต ได้ลงพื้นที่ล่องเรือตรวจสอบการระบายน้ำ พบว่าเครื่องสูบน้ำจากประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ มีการเร่งสูบน้ำในคลองรังสิต ระบายออกแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 6 ท่อ จากทั้งหมด 12 ท่อ

ส่วนอีกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ภาคกลาง คือที่ จ.อ่างทอง โดยเรือบรรทุกน้ำตาลและบรรทุกทรายขนาดใหญ่กว่า 100 ลำ ต้องจอดทอดสมออยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณด้านหน้าวัดท่าสุทธาวาส อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง หลังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มระดับสูงขึ้น เนื่องจากเกรงว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่ต้องใช้การขนส่งทางเรือเริ่มได้รับผลกระทบ

สำหรับสถานการณ์ขณะนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.อ่างทอง ประกาศเตือนประชาชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังพื้นที่จุดเสี่ยงภัย และพื้นที่การเกษตร พร้อมทั้งเตรียมการป้องกันเสริมคันดิน แนวกระสอบทราย เตรียมเครื่องสูบน้ำ และจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้รับทราบสถานการณ์

ขณะที่สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาล่าสุด เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,195 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้พื้นที่ราบลุ่มในเขต ต.จำปาหล่อ, ต.บ้านแห, ต.บ้านอิฐ ใน อ.เมือง จ.อ่างทอง และ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก ได้รับผลกระทบขยายวงกว้างกว่า 500 หลังคาเรือนแล้ว


กลับขึ้นด้านบน