ศาลปกครองคืนตำแหน่ง "เลขาฯสมช." ถวิล ชี้ ดุลพินิจนายกฯ ไม่ชอบด้วยกม.

ศาลปกครองคืนตำแหน่ง "เลขาฯสมช." ถวิล ชี้ ดุลพินิจนายกฯ ไม่ชอบด้วยกม.

ศาลปกครองคืนตำแหน่ง "เลขาฯสมช." ถวิล ชี้ ดุลพินิจนายกฯ ไม่ชอบด้วยกม.

รูปข่าว : ศาลปกครองคืนตำแหน่ง "เลขาฯสมช." ถวิล ชี้ ดุลพินิจนายกฯ ไม่ชอบด้วยกม.

ศาลปกครองคืนตำแหน่ง องค์คณะตุลาการแถลงความเห็นส่วนตัว ให้คืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้กับ นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งย้ายให้ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายข้าราชการประจำเมื่อ 2 ปีก่อน โดยศาลระบุว่า การใช้ดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาคดี กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครองกลาง ที่สั่งเพิกถอนคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ที่ให้นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ

 
องค์คณะได้ให้ตุลาการผู้แถลงคดี แถลงความเห็นส่วนตัวต่อคดี ที่ไม่มีผลผูกพันต่อการพิจารณาวินิจฉัย โดยเห็นว่า คำอุทธรณ์ของนายกรัฐมนตรีรับฟังขึ้น แต่กรณีที่นายกรัฐมนตรีอ้างเหตุในการย้ายนายถวิล ว่า ไม่ปฏิบัติตามนโยบายด้านความมั่นคงที่รัฐบาลได้แถลงไว้ พร้อมระบุว่า ตำแหน่งเลขาธิการ สมช. เป็นตำแหน่งระดับปฏิบัติ ซึ่งนายถวิลมีความเหมาะสม เชี่ยวชาญด้านการวางแผนในลักษณะเสนาธิการมากกว่า จึงเห็นควรให้มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
 
กรณีนี้ ตุลาการผู้แถลงคดีเห็นว่า ตำแหน่งเลขาธิการ สมช. เป็นตำแหน่งที่มีบทบาทอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่มากกว่าที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ดังนั้นที่อ้างว่าการโอนย้ายนายถวิล เพื่อยกระดับการปฏิบัติงานภาคสนามมาเป็นด้านเสนาธิการจึงไม่อาจรับฟังได้
 
ตุลาการผู้แถลงคดียังเห็นว่า การย้ายตำแหน่งนายถวิล ไปดำรงตำแหน่งอื่น ก็ควรเป็นตำแหน่งที่เป็นหัวหน้าส่วนราชการ ที่ไม่ด้อยไปกว่าตำแหน่งเดิม และควรได้รับการยินยอมจากนายถวิล รวมถึงการโยกย้าย ไม่ได้เกิดจากการดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปี จึงเห็นว่า การย้ายนายถวิล ไม่ได้มีเจตนาที่แท้จริงตามที่อ้าง ซึ่งการใช้ดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเห็นควรเสนอต่อศาลปกครองสูงสุด ให้มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลาง ที่เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย และให้คืนตำแหน่งเลขาธิการ สมช.แก่นายถวิล นับแต่วันที่มีคำสั่งย้าย
 
ด้านนายถวิลกล่าวว่า รู้สึกพอใจกับการพิจารณาคดีดังกล่าว ซึ่งหวังว่า ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งออกมาก่อนวันที่ 30 กันยายน 2557 ซึ่งจะเป็นวันเกษียณอายุราชการ หากเป็นคำสั่งที่ออกมาเป็นคุณแก่ตนเอง จะไม่ฟ้องร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ให้เอาผิดนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี แต่หากคำพิพากษาไม่เป็นคุณ ก็จะทำหน้าที่ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีให้ดีที่สุดจนกว่าจะเกษียณอายุ
 
นายถวิล ยังระบุด้วยว่า การกลับเข้าไปดำรงแหน่งเลขาธิการ สมช.หรือไม่นั้น สำคัญน้อยกว่าการรักษาองค์กร สมช.ไว้ โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา องค์กร สมช. ได้มีความผิดเพี้ยนไปมาก เนื่องจากถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง จึงอยากฝากถึงรัฐบาล และผู้มีอำนาจ ว่า คนใน สมช.มีความพร้อมในด้านวัยวุฒิและคุณวุฒิ จึงไม่อยากให้มีการพิจารณาเอาบุคคลภายนอกมาดำรงตำแหน่งให้ซ้ำรอยตนเอง เพราะจะทำให้กระทบต่อขวัญกำลังใจของข้าราชการสมช.
 


กลับขึ้นด้านบน