"สไตลิสต์" นักปรับบุคลิกการแต่งกาย

"สไตลิสต์" นักปรับบุคลิกการแต่งกาย

"สไตลิสต์" นักปรับบุคลิกการแต่งกาย

รูปข่าว : "สไตลิสต์" นักปรับบุคลิกการแต่งกาย

 นอกจากจะทำหน้าที่คัดเลือกเสื้อผ้าแล้ว สไตลิสต์ยังต้องดึงตัวตนของผู้สวมใส่ผ่านเครื่องแต่งกาย เพราะปัจจุบันบุคลิกภายนอกมีส่วนช่วยได้ทั้งเรื่องการงาน ชีวิตส่วนตัว ซึ่งนั่นหมายถึงการสร้างโอกาสให้กับตัวเองด้วย

เพิ่มความเท่แบบสาวสมัยใหม่ และลดวัยให้ดูสะดุดตามากขึ้น การแก้โจทย์ของดีไซเนอร์ที่ต้องแปลงบุคลิกของสาวนักขายที่ผันตัวมาเป็นนักแสดงประกอบเมื่อตอนวัยเข้าเลขสาม ตอบโจทย์ผู้ว่าจ้างที่มองความอ่อนเยาว์เป็นหลัก  ครั้งนี้ ไก่ อุมากรณ์ วระเศรษฐ์ถาพร ดีไซเนอร์รางวัลปลอกนิ้วทองคำจากฝรั่งเศส และสไตลิสต์นักพัฒนาบุคลิก ต้องทำหน้าที่มากกว่าการหาเสื้อผ้าที่เหมาะสม แต่นั่นคือการดึงบุคลิกหรือตัวตนข้างใน สะท้อนผ่านเครื่องแต่งกาย


การปรับเปลี่ยนบุคลิกเพื่อรับกับงานใหม่ จากนางแบบมาเป็นครูและนักปั้นนางแบบรุ่นน้อง ทำให้ สุภาวดี อาดำ วัย 36 ปี ต้องปรับเปลี่ยนบุคลิกและการแต่งกายให้ดูน่าเชื่อถือ โดยได้สไตลิสต์ช่วยแนะนำในการเลือกชุดสีเข้มเพิ่มความภูมิฐาน ขณะเดียวกันทรงผมที่ดูเป็นธรรมชาติช่วยลดความขึงขังลงไปได้
 
ถ้าหากสไตลิสต์ มีหน้าที่แค่หาเสื้อผ้าจากห้องเสื้อต่างๆเพื่อมาให้คนใส่ ทุกคนคงจะทำหน้าที่นี้ได้ แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการปรับเปลี่ยนบุคลิกให้คนดูดีขึ้นมาได้ต้องอาศัยการมองลึกลงไปถึงบุคลิกข้างใน และหาจุดเด่นออกมา 
 
ใช้สายตาประเมินคร่าวๆ และพูดคุยเพื่อศึกษาอุปนิสัยอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ก่อนลงมือสเก็ตช์ภาพการแต่งกายที่เหมาะสมกับบุคลิกรายบุคคล อาศัยทั้งประสบการณ์ ควบคู่กับความรู้ทางแฟชั่นและทฤษฎีศิลปะ ในการแนะนำเพื่อให้ผู้ขอคำปรึกษายังกลับไปต่อยอดดีไซน์เสื้อผ้าที่เหมาะสมกับตัวเอง
 
แม้เป็นอาชีพในวงการแฟชั่นที่หลายคนใฝ่ฝัน หากผู้ที่อยู่เบื้องหลังการปรับภาพลักษณ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในยุคที่บุคลิกภายนอกเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันและส่งผลต่ออาชีพการงาน จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าการดูแลภาพลักษณ์ได้กลายเป็นเรื่องจำเป็นที่หลายคนหันมาใส่ใจอย่างจริงจัง


กลับขึ้นด้านบน