"บรรหาร"นัดประชุมสรุปรูปแบบ"สภาปฏิรูป" 7 และ 9 ต.ค.

"บรรหาร"นัดประชุมสรุปรูปแบบ"สภาปฏิรูป" 7 และ 9 ต.ค.

"บรรหาร"นัดประชุมสรุปรูปแบบ"สภาปฏิรูป" 7 และ 9 ต.ค.

รูปข่าว : "บรรหาร"นัดประชุมสรุปรูปแบบ"สภาปฏิรูป" 7 และ 9 ต.ค.

ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนสภาปฏิรูปประเทศ 3 ด้าน คือด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม เตรียมประชุมประมวลข้อสรุปเรื่องรูปแบบการดำเนินการในวันที่ 7 และ 9 ตุลาคมนี้ พร้อมย้ำว่าจะเดินหน้าพูดคุยทำความเข้าใจกับกลุ่มที่เคยปฏิเสธเข้าร่วมอีกครั้ง การประชุมสภาปฏิรูปประเทศไทยนัดที่ 2 นับเป็นความคืบหน้าอีกระดับหนึ่ง ส่วนความคืบหน้าในการแก้รัฐธรรมนูญนั้น วันพรุ่งนี้ (28 ก.ย.) รัฐสภายังคงกำหนดการเดิมที่จะประชุมลงมติวาระที่ 3 ของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยที่มาของ ส.ว. ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญลงมติรับคำร้องเพิ่มอีก 1 กรณี

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติ 5 ต่อ 1 เสียง โดยมีคำสั่งรับคำร้องนายสาย กังกเวคิน และคำร้องของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรณีขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ว่า ประธานและรองประธานรัฐสภา กับพวกรวม 309 คน กระทำการเพื่อล้มล้างการปกครองประเทศ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยที่มาของ ส.ว.

ส่วนคำขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉิน เพื่อระงับการพิจารณาหรือลงมติวาระที่ 3 ไว้ก่อนนั้น ศาลมีคำสั่งให้ยกคำขอ ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก ได้ลงมติรับวินิจฉัยคำร้องของพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในกรณีเดียวกันนี้แล้วด้วย

ขณะที่ หลังการเป็นประธานการประชุมกับคณะผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลแล้วเสร็จ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ พร้อมกล่าวว่า "สื่อไม่มีหน้าจะลงบทสัมภาษณ์ให้" และถูกถามว่า พรุ่งนี้จะไปรัฐสภาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบทันทีว่าไป แต่จะไปตรวจพื้นที่น้ำท่วมก่อน แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยการแก้รัฐธรรมนูญขัดมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวแสดงความมั่นใจที่จะเดินหน้าลงมติร่างแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 3 ในวันพรุ่งนี้ และเมื่อผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว นายกรัฐมนตรีก็ต้องนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ภายใน 20 วัน ตามมาตรา 150 ของรัฐธรรมนูญ และหากไม่ดำเนินการก็จะถือว่าขัดรัฐธรรมนูญเช่นกัน พร้อมระบุว่า ทุกฝ่ายไม่ควรคาดการณ์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และย้ำว่านายกรัฐมนตรี ไม่มีเหตุจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบ หากรัฐสภาพิจารณาร่างกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ

สำหรับความคืบหน้าในการจัดตั้งสภาปฏิรูปประเทศนั้น หลังนายพงศ์เทพ เทพกาญจนาและนายวราเทพ รัตนากร เข้าพบหารือนั้น นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนสภาปฏิรูปประเทศ 3 ด้าน คือด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ได้ชี้แจงกระบวนการรับฟังและแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ก่อนได้ข้อสรุปว่าในวันที่ 7 และ 9 ตุลาคมนี้ สภาปฏิรูปประเทศจะประชุมครั้งที่ 2 โดยไม่มีนายกรัฐมนตรีเข้าร่วม เพราะคณะทำงานทั้งหมดจะสรุปข้อมูล เพื่อจัดทำรูปแบบการดำเนินการที่ชัดเจน และหลังเริ่มปฏิบัติการจะเดินสายเชิญบุคคลที่ปฏิเสธเข้าร่วมอีกครั้ง


กลับขึ้นด้านบน