ธุรกิจใช้ความพิการลัดคิวในดิสนีย์แลนด์

ธุรกิจใช้ความพิการลัดคิวในดิสนีย์แลนด์

ธุรกิจใช้ความพิการลัดคิวในดิสนีย์แลนด์

รูปข่าว : ธุรกิจใช้ความพิการลัดคิวในดิสนีย์แลนด์

ธุรกิจใช้ความพิการลัดคิวในดิสนีย์แลนด์ บ่อยครั้งที่มาตรการที่มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนพิการ กลับถูกใช้เป็นช่องทางหาประโยชน์ เช่นในสหรัฐมีผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยใช้บริการไกด์ผู้มีความบกพร่องทางกายเพื่อจะได้ไม่ต้องต่อคิวในดิสนีย์แลนด์ จนต้องยกเลิกสิทธิ์นี้เพื่อป้องกันการเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม

สิ่งที่ต้องแลกกับความเพลิดเพลินกับเครื่องเล่นในสวนสนุกชื่อดังของดิสนีย์แลนด์ คือการเข้าแถวต่อคิวนานนับชั่วโมง แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นคนพิการ เมื่อดิสนีย์แลนด์ให้สิทธิพิเศษแก่ผู้มีความบกพร่องทางกาย สามารถลัดคิวไปสนุกกับเครื่องเล่นได้ตามใจชอบ พร้อมผู้ติดตามอีก 5 คน แต่ใครจะเชื่อว่า สิทธิเหล่านี้กลับเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพนำความบกพร่องส่วนตัวมาหาผลประโยชน์ ด้วยการสวมรอยเป็นไกด์พานักท่องเที่ยวลัดคิว 

 
ธุรกิจไกด์เถื่อนที่นำความพิการมาบังหน้านี้ ถูกเปิดโปงโดยหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ ที่พบว่า บริการนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มแม่บ้านผู้มีอันจะกินในย่านแมนฮัดตัน ที่ยอมจ่ายชั่วโมงละ 130 ดอลลาร์เพื่อให้ไกด์ผู้มีใบยืนยันความพิการพาเข้าดิสนีย์แลนด์ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับบัตร VIP ที่ลูกค้าทั่วไปต้องจ่ายกว่า 3 ร้อยดอลลาร์ต่อชั่วโมงเพื่อไม่เข้าคิว 

    

 
สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีได้ส่งนักข่าวแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวไปกับไกด์ผู้อ้างว่ามีความบกพร่องทางกาย 2 ราย ซึ่งเพียงโชว์บัตรคนพิการ นักข่าวผู้นี้ก็สามารถเที่ยวชมสถานที่ต่างๆในดิสนีย์แลนด์ได้อย่างทั่วถึง ท่ามกลางนักท่องเที่ยวมากมายที่ได้แต่ยืนรอ ซึ่งไกด์ทั้งสองที่ทำเงินได้เฉลี่ยวันละกว่าพันดอลลาร์ ไม่คิดว่าสิ่งที่พวกเขาทำอยู่นี้เป็นการเอาเปรียบคนอื่นๆ แต่อย่างใด 
 
หลังข่าวถูกเผยแพร่ ดิสนีย์แลนด์ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยสมาคมคนพิการของสหรัฐ ได้หาทางป้องกันมาเอาเปรียบครั้งนี้ ด้วยการแบนไกด์ที่ถูกจับได้ว่าเอาความพิการมาหาประโยชน์ไม่ให้เข้าสวนสนุกอีกต่อไป รวมถึงประกาศยกเลิกสิทธิลัดคิวสำหรับผู้พิการ โดยจะให้เป็นบัตรคิวเพื่อให้ผู้พิการไม่ต้องต่อคิวนานเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป โดยจะเริ่มใช้ในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ 
 
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองที่มีลูกๆ เป็นออทิสติกหรือโรคลมชัก เนื่องจากเด็กๆ เหล่านั้นไม่อยู่ในสภาพที่จะยืนต่อคิวนานๆ ได้ โดยทาง Autism Speaks ตัวแทนผู้ป่วยออทิสติกได้เตรียมเข้าหารือกับทางดิสนีย์แลนด์เพื่อร่วมหาทางออกที่เหมาะสมกว่านี้ 
 


กลับขึ้นด้านบน