ความเห็นต่างทูลเกล้าฯ ร่างแก้ไข รธน.

ความเห็นต่างทูลเกล้าฯ ร่างแก้ไข รธน.

ความเห็นต่างทูลเกล้าฯ ร่างแก้ไข รธน.

รูปข่าว : ความเห็นต่างทูลเกล้าฯ ร่างแก้ไข รธน.

ความเห็นต่างทูลเกล้าฯ ร่างแก้ไข รธน. ส.ว.สรรหา ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ระงับการดำเนินการนำร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมา ขณะที่รองนายกรัฐมนตรี ยืนยัน นายกรัฐมนตรีสามารถนำร่างแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ทูลเกล้าฯ โดยไม่ขัดมาตรา 154 ของรัฐธรรมนูญ

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับมาตรา 154 ที่หลายฝ่ายระบุนั้น เป็นเรื่องที่จะมีผลกับร่าง พ.ร.บ.ไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม แต่กรณีนี้เป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ไม่ได้นำบทบัญญัติ ตามมาตรา 154 มาใช้บังคับ ซึ่งสิ่งที่นายกรัฐมนตรีต้องทำเพียงกรณีเดียวคือ นำร่างขึ้นกราบบังคมทูลเกล้าทูลกระหม่อม

ด้านนายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ไม่บังควร ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมจะนำร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาส.ว. ขึ้นทูลเกล้าฯ ในวันนี้ โดยไม่รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะจะกระทบต่อเบื้องพระยุคลบาท อีกทั้งไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่เป็นวิกฤตของประเทศ ดังนั้นรัฐบาลจึงควรรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อน

ส่วนนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เห็นว่า การกระทำของกลุ่ม 40 ส.ว. ที่ยื่นหนังสือต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อให้ยับยั้งเรื่องดังกล่าว ว่า เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดต่อจริยธรรม เพราะทั้งกลุ่ม 40 ส.ว. และฝ่ายค้าน เคยยื่นเรื่องแล้ว แต่ยังจะมายื่นซ้ำอีก ถือเป็นการกดดันการทำงานของนายกรัฐมนตรีและเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

ขณะที่เมื่อวานนี้ (30 ก.ย.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและสำนักราชเลขาธิการฯ เพื่อขอให้ระงับการดำเนินการนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ประเด็นที่มา ส.ว. ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ตามมาตรา 154 วรรค 2 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ตามคำร้องที่มีผู้ยื่นเรื่องให้วินิจฉัยความถูกต้อง

เนื่องจากเห็นว่า มีความพยายามที่จะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ด้วยความเร่งรีบผิดปกติ ซึ่งแสดงถึงเจตนาว่า จงใจไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ตามกระบวนการ ตรวจสอบร่างกฎหมายที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม หากมีการนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ยังสุ่มเสี่ยงต่อการถูกร้องว่า ปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และรัฐธรรมนูญ มาตรา 68


กลับขึ้นด้านบน