กรมชลฯ เตือน ปชช.ท้ายเขื่อนป่าสักฯ เตรียมรับน้ำท่วม หลังปล่อยน้ำเพื่อรองรับ “หวู่ติ๊บ”

กรมชลฯ เตือน ปชช.ท้ายเขื่อนป่าสักฯ เตรียมรับน้ำท่วม หลังปล่อยน้ำเพื่อรองรับ “หวู่ติ๊บ”

กรมชลฯ เตือน ปชช.ท้ายเขื่อนป่าสักฯ เตรียมรับน้ำท่วม หลังปล่อยน้ำเพื่อรองรับ “หวู่ติ๊บ”

รูปข่าว : กรมชลฯ เตือน ปชช.ท้ายเขื่อนป่าสักฯ เตรียมรับน้ำท่วม หลังปล่อยน้ำเพื่อรองรับ “หวู่ติ๊บ”

กรมชลฯ เตือน ปชช.ท้ายเขื่อนป่าสักฯ เตรียมรับน้ำท่วม หลังปล่อยน้ำเพื่อรองรับ “หวู่ติ๊บ” ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ได้เร่งระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี เพื่อเตรียมรับผลกระทบจากพายุหวู่ติ๊บ ทำให้การระบายน้ำเพิ่มขึ้น เตือนให้ประชาชนท้ายขึ้นเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วม ขณะที่ สถานการณ์น้ำท่วมใน อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เริ่มคลี่คลาย หลังมีการนำกระสอบทรายยักษ์ (บิ๊กแบ๊ค) วางเป็นแนวป้องกันน้ำ

ชาวบ้านในพื้นที่ ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ร่วมกับทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 34 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ช่วยกันบรรจุทรายใส่กระสอบทรายยักษ์ (บิ๊กแบ๊ค) ก่อนจะนำไปทำแนวกำแพงป้องกันกระแสน้ำ จากแม่น้ำวังทองที่หลากเข้าท่วมพื้นที่ หมู่ 14 บ้านวังฉำฉา และหมู่ 2 บ้านวังพิกุล ซึ่งหลังจากเสริมบิ๊กแบ๊คแล้ว ทำให้ระดับน้ำลดลงเกือบ 1 เมตร แต่ชาวบ้านในพื้นที่ ก็ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำเหนือจากเครือข่ายเฝ้าระวังแม่น้ำวังทองอย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับที่ จ.เพชรบูรณ์ หลังน้ำป่าจากเทือกเขาค้อไหลหลากลงแม่น้ำป่าสัก จนระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และ เอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 1,000 หลัง ใน อ.วิเชียรบุรี และ อ.เมืองเพชรบูรณ์ ล่าสุด แม้ว่าเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ฝนจะหยุดแล้ว แต่ประชาชนยังคงต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง

ขณะที่พื้นที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ถนนบางสายมีน้ำท่วม บางจุดท่วมสูงถึง 1 เมตร ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยเฉพาะบริเวณ ถนนพัทยาสาย 3 พัทยาเหนือ, ถนนสุขุมวิท ทั้งฝั่งขาเข้าขาออก, บริเวณหน้าสถานีตำรวจทางหลวงพัทยา ไปจนถึงใต้สะพานลอยปากทางเข้าถนนพัทยาใต้ นอกจากนี้ ในตัวเมืองพัทยาตามซอยต่างๆ ยังมีน้ำท่วมอีกหลายจุด ทำให้การจราจรเกิดติดขัด จนเวลาผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง น้ำที่ท่วมอยู่ได้ลดระดับลงจนเข้าสู่สภาวะปกติ

ขณะที่บริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา เกิดปัญหาน้ำท่วมขังตลอดสาย ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากทางเมืองพัทยา ได้ทำการปรับปรุงถนนแนวชายหาดทั้งสาย และไม่มีการเปิดร่องระบายน้ำที่ไหลมาตามซอยต่างๆ จึงทำให้เกิดน้ำท่วมขังสะสม และมีกลิ่นเหม็น

ขณะที่ ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ได้เร่งระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี เพื่อเตรียมรับผลกระทบจากพายุ “หวู่ติ๊บ” เนื่องจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเขื่อนป่าสักอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 30 กันยายน เขื่อนป่าสักระบายน้ำปริมาณ 27.67 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นจากเดิม 8 ล้านลูกบาศก์เมตร

ขณะเดียวกัน การระบายน้ำดังกล่าว ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักในพื้นที่ จ.สระบุรี เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 65 เซนติเมตร ส่วนเขต อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นประมาณ 90 เซนติเมตรถึง 1.10 เมตร จากระดับน้ำปัจจุบัน

สำหรับฝนที่ตกหนัก รวมทั้งน้ำเหนือในแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้พื้นที่ อ.บางบาล และ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงขึ้นกว่า 1 เมตร ซึ่งน้ำดังกล่าวจะไหลไปยังโครงการผักไห่ต่อไป


กลับขึ้นด้านบน