น้ำในเขื่อนทางภาคเหนือเพิ่ม หลังเจออิทธิพล “หวู่ติ๊บ”

น้ำในเขื่อนทางภาคเหนือเพิ่ม หลังเจออิทธิพล “หวู่ติ๊บ”

น้ำในเขื่อนทางภาคเหนือเพิ่ม หลังเจออิทธิพล “หวู่ติ๊บ”

รูปข่าว : น้ำในเขื่อนทางภาคเหนือเพิ่ม หลังเจออิทธิพล “หวู่ติ๊บ”

น้ำในเขื่อนทางภาคเหนือเพิ่ม หลังเจออิทธิพล “หวู่ติ๊บ” จากอิทธิพลของ พายุ “หวู่ติ๊บ” จะทำให้เขื่อนที่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือมีโอกาสที่จะมีน้ำไหลเข้ามาเพิ่มเติมภายในเขื่อนได้ ซึ่งขณะนี้เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำที่สามารถใช้งานได้จริงเพียงร้อยละ 16 เท่านั้น

พายุ “หวู่ติ๊บ” ที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยทางด้านจังหวัดนครพนมเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม และอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น และกำลังเคลื่อนตัวไปยังทิศตะวันตก

กรมอุตุฯ คาดว่าพายุลูกนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณของรอยต่อภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะทำให้ภาคเหนือด้านตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้น และจะทำให้มีฝนตกหนักบางแห่ง และมีลมกรรโชกแรง

สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกกภัยแห่งชาติ (สบอช.) รายงานว่าขณะนี้เขื่อนภูมิพลมีน้ำกักเก็บอยู่ที่ร้อยละ 45 ของความจุเขื่อน ส่วนเขื่อนสิริกิติ์มีน้ำกักเก็บอยู่ที่ร้อยละ 59 ของความจุเขื่อน แต่ทั้ง 2 เขื่อนมีน้ำที่ใช้ได้จริงอยู่ที่ร้อยละ 19 และ 26 ตามลำดับ ฝนที่ตกเพิ่มขึ้นบริเวณตอนบนของประเทศนั้นทำให้เขื่อนต่างๆ มีโอกาสที่จะมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มมากขึ้น

ส่วนสภาพอากาศคาดว่าทำให้มีน้ำเพิ่มมากขึ้นประมาณ 20-40 มิลลิเมตร ในทุกจังหวัดทางตอนบนของภาคเหนือซึ่งขณะนี้พายุอยู่บริเวณทางด้านตะวันออกของภาคเหนือ และจะเคลื่อนเข้าครอบคลุมภาคเหนือตอนบน จะทำให้ภายในวันนี้ภาคเหนือตอนบนจะมีฝนตก ด้านตะวันออกของภาคเหนืออาจจะมีฝนตกหนัก

ส่วนบริเวณฝนที่ตกทางภาคใต้ของประเทศเป็นอิทธิพลมาจากลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดเข้ามา ซึ่งลมดังกล่าวเป็นหย่อมความกดอากาศที่มีจุดศูนย์กลางบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ทั้งนี้ในช่วงวันที่ 2-4 ตุลาคมนี้ ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในบริเวณภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ตอนบน ซึ่งอาจมีฝนตกหนักในระยะ 2-3 สัปดาห์ ก่อนเคลื่อนตัวไปยังภาคใต้


กลับขึ้นด้านบน