ศิลปินโซมาเลียต่อต้านความรุนแรงในเคนย่า

ศิลปินโซมาเลียต่อต้านความรุนแรงในเคนย่า

ศิลปินโซมาเลียต่อต้านความรุนแรงในเคนย่า

รูปข่าว : ศิลปินโซมาเลียต่อต้านความรุนแรงในเคนย่า

ศิลปินโซมาเลียต่อต้านความรุนแรงในเคนย่า เหตุจับตัวประกันในห้างสรรพสินค้าของเคนย่า โดยกลุ่มก่อการร้ายโซมาเลีย อาจเป็นชนวนความบาดหมางระหว่าง 2 ชาติ แต่ยังมีกลุ่มนักดนตรีชาวโซมาเลียที่หวังใช้เสียงเพลงต่อต้านเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่อแสดงจุดยืนไม่ยอมรับการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง

4 วันของการก่อการร้ายในห้างสรรพสินค้าเวสต์เกต ในเมืองหลวงของเคนย่า โดยกลุ่มก่อการร้ายอัลชาบับจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างโซมาเลีย ทำให้มีชาวเคนย่าเสียชีวิตถึง 67 คน เหตุดังกล่าวถูกประณามจากชาวโลก รวมถึงสมาชิกวงดนตรี Waayaha Cusub กลุ่มศิลปินหนุ่มสาวชาวโซมาเลียที่อาศัยอยู่ในเคนย่า ผู้ใช้บทเพลงต่อต้านคำสอนแห่งความเกลียดชังของกลุ่มก่อการร้ายมานานเกือบ 10 ปี 
 
1 สัปดาห์หลังจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรม สมาชิกของ Waayaha Cusub ได้มารวมตัวกันเพื่อแต่งเพลงต่อต้านแนวคิดของกลุ่มอัลชาบับที่แปลว่าคนรุ่นใหม่ ด้วยเนื้อเพลงที่ยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้ใฝ่หาความรุนแรงเหมือนกองกำลังติดอาวุธของโซมาเลีย พร้อมระบุว่าในคัมภีร์อัลกุรอ่านไม่มีคำสอนเรื่องการสังหาร หรือการพลีชีพ เพื่อหนทางสู่สรวงสรรค์แต่อย่างใด 
 
ชินี อาลี สมาชิกรุ่นก่อตั้งของ Waayaha Cusub กล่าวว่ากลุ่มอัลชาบับนั้นเป็นชาวโซมาเลียแค่ร่างกาย แต่จิตใจนั้นกลายเป็นผู้ก่อการร้ายไปหมดแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของพวกเขาในการแสดงให้เห็นว่ายังมีชาวโซมาเลียอีกมากที่ไม่มีความคิดแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง 
 
การตั้งตัวเป็นศัตรูกับกองกำลังติดอาวุธ ทำให้ชินี อาลี เคยถูกยิงที่หน้าบ้านพักของตัวเองเมือ 6 ปีก่อน และถูกขู่ฆ่าหลายครั้ง แม้วันนี้จะยังคงเป็นห่วงสวัสดิภาพของภรรยา และลูกๆ ทั้ง 2 คน แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมา ก็แสดงให้เห็นว่าการรณรงค์เพื่อสันติอย่างต่อเนื่องของเขา สร้างความกังวลให้กลุ่มติดอาวุธไม่น้อย 
 
Waayaha Cusub ใช้เวลาหลายปีเดินทางไปเปิดการแสดงทั้งในเคนย่า และโซมาเลีย ซึ่ง โคโค่ อัลเดลาซีซ สมาชิกของวงเชื่อว่าการเรียกร้องสันติภาพผ่านบทเพลงเริ่มเห็นผลที่เป็นรูปธรรม โดยคอนเสิร์ตในโซมาเลียเมื่อเดือนมีนาคม มีอดีตสมาชิกของอัลชาบับถึง 800 คนมาร่วมชมการแสดง ซึ่งตัวแทนของพวกเขายอมรับว่าก่อนหน้านี้ทางกลุ่มคิดว่าคนที่ต่อต้านอุดมการณ์ของพวกเขาคือศัตรู แต่ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่าความรุนแรงไม่ใช่ทางออก พวกเขาไม่ต้องการเข้ากลุ่มอัลชาบับอีก และอยากกลับมาใช้ชีวิตเหมือนกับคนทั่วไป 


กลับขึ้นด้านบน